ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
การกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
ระดับผลกระทบ
Impact Materiality : สูงมาก
Financial Materiality : ปานกลาง
ผู้มีส่วนได้เสีย
ผู้ถือหุ้น
หุ้นส่วนธุรกิจ
ลูกค้า
พนักงาน
นักลงทุน
ภาครัฐ

SDGs Targets

เป้าหมายระยะยาว ปี 2568
เป้าหมาย ผลการดำเนินงาน
ไม่มีผู้ตกเป็นเหยื่อในการโจมตีด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและไซเบอร์ (Cybersecurity) จนทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัท 0 0 0
ระยะเวลาในการตรวจจับการโจมตีน้อยกว่าค่ามัธยฐานทั่วโลก* น้อยกว่า 11 วัน น้อยกว่า 11 วัน น้อยกว่า 11 วัน

* ค่ามัธยฐานทั่วโลก (Global median dwell time) อยู่ที่ 11 วัน (ที่มา: FireEye Mandiant: M-Trends Report 2025)

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ (Challenges and Opportunities)

ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น ทั้งระบบการผลิตและโครงข่ายปฏิบัติงานที่ต้องเชื่อมโยงกับโครงข่ายอินเทอร์เน็ต รวมถึงการปรับตัวในการทำงานของพนักงานที่มีการทำงานแบบ Work from Anywhere ซึ่งอาจนำมาสู่ปัจจัยความเสี่ยงด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Threat) อาทิ การถูกโจรกรรมข้อมูลสำคัญต่างๆ หรือการหยุดชะงักของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สำคัญ ซึ่งจะกระทบต่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ความน่าเชื่อถือ ภาพลักษณ์ และชื่อเสียงของบริษัทฯ

เพื่อเตรียมความพร้อมระบบงานและเพิ่มมาตรการความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัทฯ จึงดำเนินการป้องกัน ตรวจจับ และวิเคราะห์โอกาสการถูกโจมตีจากช่องทางให้บริการของบริษัทฯ ครอบคลุมทั้ง On-Premise และ Cloud รวมถึงมีการตรวจประเมินช่องโหว่ของระบบ พร้อมทั้งกำหนดกระบวนการบริหารจัดการความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สอดคล้องต่อนโยบายความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล และยังเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักให้แก่พนักงานทุกระดับ ผ่านการฝึกอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสมเมื่อเผชิญเหตุภัยคุกคามทางด้านไซเบอร์

แนวทางการบริหารจัดการ (Management Approach) GRI 3-3 (2021)

การกำกับดูแลความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและไซเบอร์ (Cybersecurity Governance)

เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานให้ชัดเจน และสร้างความโปร่งใสแก่การบริหารงานเชิงนโยบายตลอดจนระดับปฏิบัติการ บริษัทฯ จึงได้กำกับและบริหารระบบความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศและการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของบริษัทฯ โดยอ้างอิงตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022, ISO/IEC 27701:2019 และกรอบความมั่นคงปลอดภัยด้านไซเบอร์ที่ถูกพัฒนาโดยสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา (National Institute of Standards and Technology: NIST) ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงานทั้ง 6 ด้าน อันได้แก่ การ Govern การ Identify การ Protect การ Detect การ Respond การ Recover

แนวทางและกระบวนการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและไซเบอร์ ตาม NIST Cyber Security Framework

โดยสามารถแบ่งลำดับขั้นการบริหารได้ทั้งหมด 3 ขั้น อันประกอบด้วย (1) ระดับกำกับดูแล (2) ระดับบริหารจัดการ และ (3) ระดับปฏิบัติการ บริษัทฯ ได้จัดตั้งหน่วยงาน Cybersecurity เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและไซเบอร์

บทบาท คณะกรรมการ / หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง
ระดับกำกับดูแล
  • กำหนดทิศทางกลยุทธ์และเป้าหมาย
  • กำกับ ดูแล บริหารการดำเนินงาน
  • คณะกรรมการตรวจสอบ
  • คณะกรรมการกำกับดูแลงานด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศกลุ่มบริษัทฯ
  • คณะกรรมการบริหารการลงทุนด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร
  • คณะกรรมการบริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
ระดับบริหารจัดการ
  • บริหารจัดการโครงสร้างด้านเทคโนโลยีให้สอดรับกับความต้องการใช้งาน และมีความทันสมัยเป็นมาตรฐานสากล
  • จัดการข้อมูลสารสนเทศและข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐาน ISO
  • ติดตามตรวจสอบความถูกต้องและแม่นยำ
  • คณะกรรมการ Enterprise Architecture
  • หน่วยงาน Cybersecurity
ระดับปฏิบัติการ
  • กำหนดระบบ วิธีปฏิบัติ และบริการ ให้แก่ผู้ใช้งานปฏิบัติตาม
  • ประเมินการติดตามผลงานและรายงานความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร
  • หน่วยงาน Cybersecurity

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้แต่งตั้งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิรูปธุรกิจสู่ความเป็นเลิศ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศระดับสูง ซึ่งมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

การกำกับดูแลด้าน AI และ AI ที่มีความรับผิดชอบ (AI Governance and Responsible AI)

เนื่องจากบริษัทฯ ได้เร่งการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Generative AI มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจอย่างกว้างขวางมากขึ้น ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลและการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ไปจนถึงการสร้างเนื้อหาและการมีส่วนร่วมกับลูกค้า เทคโนโลยีเหล่านี้นอกจากจะสร้างประโยชน์แล้ว ยังนำมาซึ่งความเสี่ยงรูปแบบใหม่ควบคู่กันไป ได้แก่ ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล อคติในอัลกอริทึม (Algorithmic Bias) ข้อมูลบิดเบือน (Misinformation) และต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมจากโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล หากไม่มีการบริหารจัดการที่เหมาะสม ความเสี่ยงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของข้อมูล ชื่อเสียงทางธุรกิจ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย

เพื่อให้สามารถรับประโยชน์จาก AI ได้อย่างมีความรับผิดชอบ บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายด้าน AI (AI Policy) พร้อมแนวปฏิบัติในการใช้งานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำหนดหลักการที่ชัดเจน ขอบเขตที่แน่นอน และกระบวนการอนุมัติที่เป็นระบบสำหรับการใช้งานและการพัฒนา AI ทั่วทั้งองค์กร พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานให้สามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม

บริษัทฯ ได้กำหนดขอบเขตที่ชัดเจนสำหรับการใช้งาน AI เพื่อให้มั่นใจว่าการนำ AI มาใช้เป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ มีจริยธรรม และสอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดย AI มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการรักษาไว้ซึ่งการกำกับดูแลโดยมนุษย์ (Human Oversight) อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ AI ต้องไม่ถูกนำไปใช้ในลักษณะที่กระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา หรือข้อกำหนดทางกฎหมายและจริยธรรมที่เกี่ยวข้อง การใช้งาน AI ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของบริษัทฯ ในระดับใช้งานภายใน (Internal-use) ข้อมูลลับ (Confidential) หรือข้อมูลลับมาก (Strictly Confidential) รวมถึงข้อมูลที่ต้องได้รับการอนุมัติก่อนเปิดเผย ถือเป็นการใช้งานที่มีข้อจำกัด และต้องปฏิบัติตามนโยบายด้าน AI (AI Policy) ของบริษัทฯ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยพนักงานยังคงต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จาก AI และรับผิดชอบต่อการตัดสินใจใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ผลลัพธ์ดังกล่าว

กรอบการอนุมัติของบริษัทฯ กำหนดระดับการใช้งานไว้ ดังนี้

  • การได้รับอนุญาตโดยไม่ต้องขออนุมัติ: การใช้เครื่องมือ Generative AI ภายในองค์กรหรือที่เปิดให้ใช้งานสาธารณะซึ่งได้รับการอนุมัติแล้ว สำหรับงานทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลใช้งานภายใน (Internal-use) หรือข้อมูลลับของบริษัทฯ เช่น การตอบคำถาม การแปลภาษา การสร้างเนื้อหา และการจัดรูปแบบเอกสาร ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามนโยบายด้าน AI (AI Policy) และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
  • การได้รับอนุมัติจากหน่วยงานธุรกิจที่เกี่ยวข้อง: การนำข้อมูลของบริษัทฯ ที่จัดอยู่ในระดับข้อมูลลับ (Confidential) หรือข้อมูลที่ต้องได้รับการอนุมัติก่อนเปิดเผย ไปใช้กับเครื่องมือ Generative AI ภายในองค์กร
  • การกำหนดข้อจำกัดในการใช้งาน: การใช้งานผ่านเครื่องมือ Generative AI ภายในองค์กรหรือที่เปิดให้ใช้งานสาธารณะในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม หรือข้อมูลลับและข้อมูลที่มีความอ่อนไหว

บริษัทฯ พัฒนาและใช้งาน AI โดยคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้อัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพด้านการประมวลผล และการจัดสรรทรัพยากรคลาวด์ตามความต้องการใช้งานจริง (Demand-based Cloud Resource Allocation) เพื่อลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าและน้ำจากการประมวลผลของ AI ทั้งนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการขยายมาตรฐานความคาดหวังด้านสิ่งแวดล้อมในลักษณะเดียวกันนี้ไปยังบริการและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่จัดหาโดยผู้ให้บริการภายนอก (Third Parties)

แนวปฏิบัติการใช้งาน Generative AI ของบริษัทฯ (Generative AI Usage Guideline) กำหนดให้พนักงานต้องสามารถสังเกตและรายงานเนื้อหาที่สร้างจาก AI ซึ่งมีลักษณะน่าสงสัยว่าถูกใช้เพื่อหลอกลวงหรือปลอมแปลงตัวตนของบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ เสียง หรือข้อความที่ถูกดัดแปลง ทั้งนี้ กรณีการใช้งาน AI ในปัจจุบันของบริษัทฯ มุ่งเน้นสนับสนุนการดำเนินงานทางธุรกิจเท่านั้น และไม่ครอบคลุมการใช้งานในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมชักจูงหรือบิดเบือน (Manipulative Behavior) การแสวงหาประโยชน์จากช่องโหว่ของบุคคล (Exploitation of Vulnerabilities) ระบบให้คะแนนทางสังคม (Social Scoring) หรือการสอดแนมด้วยข้อมูลชีวมิติโดยไม่ได้รับอนุญาต (Unauthorized Biometric Surveillance)

นโยบายด้าน AI (AI Policy) ของบริษัทฯ ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับดูแลงานด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศกลุ่มบริษัทฯ (Digital & IT Steering Committee: DISC) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลระดับกลุ่มบริษัทฯ ที่รับผิดชอบดูแลกลยุทธ์ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ