บริษัทฯ วิเคราะห์ผลกระทบเพื่อระบุและประเมินความเสี่ยง รวมถึงโอกาสที่อาจเกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกของบริษัทฯ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามแนวทางดำเนินงานของ National Determined Contributions (NDCs) และเป้าหมายควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส หรือ 2DS ของสำนักงานพลังงานสากล (International Energy Agency: IEA) ทั้งนี้ เพื่อเปิดเผยข้อมูลการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ TCFD ตลอดจนนำความเสี่ยงที่ได้วิเคราะห์มาใช้เป็นดัชนีในการกำกับดูแล การวางกลยุทธ์ รวมถึงการจัดทำแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากลและมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังนำปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาพิจารณาโครงการลงทุนในอนาคต เพื่อให้การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของบริษัทฯ ที่เชื่อมโยงกับปัจจัยเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกลยุทธ์ (Strategy Execution Risk) ความเสี่ยงด้านการลงทุน (Investment Risk) และความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงนโยบายกฎระเบียบของภาครัฐ (Policy & Regulatory Change Risk) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มอบหมายให้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management Committee : ERMC) ทำหน้าที่รับผิดชอบติดตามและประเมินความเสี่ยงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศเป็นประจำทุกเดือนและรายงานต่อคณะกรรมการบริหาร (Management Committee: MC) โดยมีกรรมการผู้จัดการเป็นประธาน (Chief Executive Officer: CEO) และผู้บริหารระดับสูงพิจารณาผลการดำเนินงานการจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและให้คำแนะนำเกี่ยวกับกลยุทธ์หรือแผนปฏิบัติการเพิ่มเติมหรือในการจัดการความเสี่ยง หลังจากนั้น MC จะส่งต่อรายงานการจัดการความเสี่ยงไปยัง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee : RMC) อย่างเป็นประจำในทุกไตรมาส นอกจากนั้น หากมีการลงทุนในโครงการคาร์บอนต่ำ กรรมการผู้จัดการของกรรมการการลงทุนจะเป็นผู้ตัดสินใจต่อไป

โดยในปี 2563 บริษัทฯ ได้ระบุความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สำคัญ ทั้ง Transition Risk และ Physical Risk รวมถึงกำหนดมาตรการเพื่อรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าว ดังนี้

ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรการรองรับ
Transition Risk
  • กฎหมายหรือข้อบังคับด้านกลไกการลดก๊าซเรือนกระจกที่อาจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของบริษัทฯ สูงขึ้น
  • ความต้องการด้านการลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนที่เพิ่มสูงขึ้น
  • เข้าร่วมโครงการนำร่องระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทยเพื่อพัฒนาแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจก
  • ลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ และกระบวนการผลิตที่นำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยทิ้งมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
Physical Risk
  • การขาดแคลนน้ำในกระบวนการผลิตจากวิกฤติน้ำแล้งจากปัญหาฝนไม่ตกตามฤดูกาล (Abnormal Precipitation)
  • บริษัทฯ ทำการวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity Analysis) กรณีภัยแล้งโดยพิจารณาจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักที่เป็นที่ตั้งโรงงานการผลิตของบริษัทฯ อย่างสม่ำเสมอ
  • การลงทุนในโครงการนำน้ำทิ้งกลับมาปรับปรุงคุณภาพ เพื่อนำกลับไปใช้ในกระบวนการผลิตใหม่ด้วยเทคโนโลยี Wastewater Reverse Osmosis (WWRO) และการเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล (Sea Water Reverse Osmosis: SWRO)
  • การลงทุนในระบบท่อลำเลียงน้ำและระบบทำความเย็นจากโรงผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียน้ำในระบบ
  • การลดปริมาณการใช้น้ำทั่วทั้งองค์กรและภายในกลุ่มบริษัทฯ ตามหลักการ 3Rs

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทฯ ได้ทำการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยง รวมถึงโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในด้านต่าง ๆ ดังนี้

ผลกระทบที่เกิดขึ้น มาตรการรองรับ
ด้านผลิตภัณฑ์และบริการอันเกิดจากการตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

บริษัทฯ กำหนดกลยุทธ์และจัดทำแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อกำหนดขอบเขตของการประยุกต์ใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในการดำเนินงานของบริษัท ฯ ตลอดจนสร้างความตระหนักให้กับบุคลากรทุกภาคส่วนในเรื่องการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้ที่หลากหลาย

ด้านห่วงโซ่อุปทานอันเกิดจากภาวะขาดแคลนน้ำ

บริษัทฯ จัดทำแผนและกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่หลากหลายทั้ง ภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเพื่อรับมือกับภาวะน้ำแล้งผ่านคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการน้ำภาคตะวันออก (Water War Room) และสภาอุตสาหกรรม (Federation of Thai Industries)

ด้านการลงทุนในการวิจัยและพัฒนาให้สอดรับกับความต้องการของสังคมในปัจจุบัน

บริษัทฯ กำหนดกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคและนักลงทุนในอนาคต โดยมุ่งเน้น การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและเพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ตลอดจนคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้พลังงานสะอาด

ด้านการปฏิบัติงานภายใต้การใช้พลังงานอันเกิดประโยชน์สูงสุด

บริษัทฯ กำหนดแผนและกลยุทธ์การจัดการด้านสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลงทุนในเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน อาทิ โครงการพลังงานทางเลือกและพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

ด้านการเงิน
  • บริษัทฯ มุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ วัตถุดิบที่มาจากธรรมชาติ (ข้าวโพด ปาล์ม สำปะหลัง อ้อย) โดยบริษัทฯ คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ ได้ถึง ร้อยละ 30 ภายในปี 2563 รวมถึงผลิตภัณฑ์จากพลาสติกรีไซเคิล ที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ ถึง 1,425 ล้านบาท ในปี 2565
  • บริษัทฯ จัดสรรเงินทุนให้กับโครงการและผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง เพื่อส่งเสริมเป้าหมายการลดก๊าซปล่อยเรือนกระจกของบริษัทฯ
  • บริษัทฯ ศึกษาวิธีการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยผลตอบแทนจากการลงทุนที่เหมาะสม จึงดำเนินการลงทุนกับโครงการซึ่งสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และโครงการพลังงานหมุนเวียน