เป้าหมายระยะสั้น (2563)

ลดปริมาณการปล่อยก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ต่อหน่วยการผลิตลง

ร้อยละ

จากการดำเนินธุรกิจปกติเมื่อเทียบกับ ปีฐาน (ปี 2556)

ลดปริมาณการปล่อยก๊าซออกไซด์ของซัลเฟอร์ (SOx) ต่อหน่วยการผลิตลง

ร้อยละ

จากการดำเนินธุรกิจปกติเมื่อเทียบกับ ปีฐาน (ปี 2556)

ลดปริมาณการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ต่อหน่วยการผลิตลง

ร้อยละ

จากการดำเนินธุรกิจปกติเมื่อเทียบกับ ปีฐาน (ปี 2556)

เป้าหมายระยะยาว

ลดการปล่อยก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ต่อหน่วยการผลิตลง

ร้อยละ

จากการดำเนินธุรกิจปกติ ภายในปี 2566 เมื่อเทียบกับปีฐาน (ปี 2556)

ลดการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่าย (SOx) ต่อหน่วยการผลิตลง

ร้อยละ

จากการดำเนินธุรกิจปกติ ภายในปี 2566 เมื่อเทียบกับปีฐาน (ปี 2556)

ลดการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ต่อหน่วยการผลิตลง

ร้อยละ

จากการดำเนินธุรกิจปกติ ภายในปี 2566 เมื่อเทียบกับปีฐาน (ปี 2556)

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะเดินหน้าลงทุนโครงการปิโตรเคมีในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน จึงทำให้อาจเกิดข้อกังวลโดยเฉพาะประเด็นด้านมลพิษทางอากาศ

ซึ่งบริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้จัดทำแผนการจัดการคุณภาพอากาศเชิงรุกทั้งภายในพื้นที่โรงงานและบริเวณพื้นที่โดยรอบโรงงานที่อาจจะได้รับผลกระทบจากกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้แก่ การควบคุมและลดปริมาณการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยให้น้อยที่สุด รวมถึงการยกเลิกใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน เพื่อควบคุมคุณภาพอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้งได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพอากาศของบริษัทฯ ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดการคุณภาพอากาศทั้งภายในสถานประกอบการและชุมชนรอบข้าง โดยจัดทำแผนบริหารจัดการควบคุมคุณภาพอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และหาแนวทางพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพอากาศของบริษัทฯ ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมาย ตรวจวัด และติดตามคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อการดำเนินงานที่เป็นไปตามกฎระเบียบและสร้างความมั่นใจกับผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทฯ มุ่งเน้นการลดผลกระทบจากการปล่อยมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดการฟุ้งกระจายและการรั่วซึมของสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) จากกระบวนการผลิต บริษัทฯ จึงพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งวางแผนการตรวจสอบ และซ่อมบำรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งคัดเลือกอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพสูง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและชุมชนในพื้นที่ และยังได้ประสานความร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรม ปิโตรเคมี 5 นิคมฯ และ 1 ท่าเรือ ในพื้นที่มาบตาพุด เพื่อผลักดันให้เกิดโครงการนำร่องสำหรับจัดการการระบายไอสารเบนซีนและ 1,3-บิวทาไดอีน (1,3-Butadiene) โดยใช้มาตรการ COP (Code of Practice) เพื่อช่วยแก้ปัญหาการระบายไอสารเบนซีนและ 1,3-บิวทาไดอีน (1,3-Butadiene) จากโรงงานอุตสาหกรรมให้น้อยที่สุดและต่ำกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังจัดทำบัญชีรายการสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs Inventory) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการจัดการโครงการลดการปล่อยสารอินทรีย์ระเหยง่ายอีกด้วย

ด้วยความตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางคุณภาพอากาศ บริษัทฯ จึงได้มุ่งเน้นดำเนินโครงการจัดการคุณภาพอากาศทั้งภายในพื้นที่โรงงานและบริเวณพื้นที่โดยรอบที่อาจจะได้รับผลกระทบจากกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ ทั้งในช่วงการดำเนินธุรกิจปกติและช่วงหยุดซ่อมบำรุง รวมถึงการใช้มาตรการหยุดซ่อมบำรุงสีเขียว (Green Turnaround) เพื่อควบคุมคุณภาพอากาศให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ตลอดจนการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพอากาศของบริษัทฯ ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ด้วยความมุ่งมั่นลดผลการทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก บริษัทฯ จึงจัดทำแผนการยกเลิกใช้สารอันตรายซึ่งทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน โดยยกเลิกการใช้สาร R-22 และปรับเปลี่ยนมาใช้สารทำความเย็นชนิด Non-CFC ภายในปี 2573 อีกด้วย

จากการควบคุมและหาแนวทางพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถบรรลุเป้าประจำปีที่ตั้งไว้ จึงส่งผลให้ปริมาณมลพิษทางอากาศต่อตันการผลิตในปี 2563 มีแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายและผลการดำเนินงานการควบคุมมลพิษทางอากาศ

ผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย

ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) (ตันต่อล้านตันการผลิต)
ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SOx)(ตันต่อล้านตันการผลิต)
สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs)(ตันต่อล้านตันการผลิต)