ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
ความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์
ระดับผลกระทบ
Impact Materiality : สูงมาก
Financial Materiality : สูง
Double Materiality : สูงมาก
ผู้มีส่วนได้เสีย
ผู้ถือหุ้น
หุ้นส่วนทางธุรกิจ
ลูกค้า
นักลงทุน
ชุมชน
ภาครัฐ
พนักงาน
ผู้มีส่วนได้เสีย ผลกระทบ ห่วงโซ่อุปทาน
ผู้ถือหุ้น
  • เชิงบวก (Positive)
  • เชิงลบ (Negative)
ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain), กระบวนการผลิต (Operations)
พันธมิตรทางธุรกิจ
  • เชิงบวก (Positive)
  • เชิงลบ (Negative)
ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain), กระบวนการผลิต (Operations)
ลูกค้า
  • เชิงบวก (Positive)
ผลิตภัณฑ์ และบริการ (Products/Services)
นักลงทุน
  • เชิงบวก (Positive)
กระบวนการผลิต (Operations)
ชุมชน
  • เชิงบวก (Positive)
  • เชิงลบ (Negative)
ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain), กระบวนการผลิต (Operations)
ภาครัฐ
  • เชิงบวก (Positive)
  • เชิงลบ (Negative)
ผลิตภัณฑ์ และบริการ (Products/Services)
พนักงาน
  • เชิงบวก (Positive)
กระบวนการผลิต (Operations), ผลิตภัณฑ์ และบริการ (Products/Services)

SDGs Targets

3.9
7.2, 7.3
8.2, 8.4
9.4, 9.5
12.1, 12.2, 12.5, 12.8
13.1, 13.2
เป้าหมายระยะยาว เป้าหมายในปี 2568 ผลการดำเนินงานเทียบเป้าหมาย ในปี 2568
กลุ่มผลิตภัณฑ์ยั่งยืน ขยายสัดส่วนรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ยั่งยืน เป็นร้อยละ 20-30 ภายในปี 2573 - ขยายสัดส่วนรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์ยั่งยืน เป็นร้อยละ 19

เหตุผลและผลกระทบทางธุรกิจ (Business Case, Business Impact: Risk/ Cost / Revenue)

เหตุผลสำคัญที่ธุรกิจต้องให้ความสำคัญในการบริหารจัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ยั่งยืน

การบริหารจัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ยั่งยืน นอกจากเป็นส่วนสำคัญในการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศแล้ว ยังเป็นการตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้บริโภคและลูกค้า สร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว และช่วยลดต้นทุนในการผลิตในอนาคต อันนำไปสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
บูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ เพื่อรับมือกับข้อจำกัดด้านทรัพยากรและความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ส่งผลให้สามารถลดปริมาณขยะฝังกลบและลดผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์
เพื่อส่งเสริมสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค
ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความปลอดภัย ลดการใช้สารอันตราย เพื่อตอบสนองต่อความกังวลด้านสุขภาพของผู้บริโภค นำไปสู่การลดความเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสุขภาพของผู้ใช้งาน
เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและทำรายได้ในระยะยาว
พัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
เพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย
ลดการใช้วัตถุดิบและเชื้อเพลิงจากฟอสซิล เพิ่มการใช้วัสดุหมุนเวียนและวัสดุรีไซเคิล เนื่องจากความท้าทายในการจัดหาวัตถุดิบและมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้น ช่วยเพื่อสร้างความยั่งยืนและลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป

แนวทางการบริหารจัดการ (Management Approach) GRI 3-3 (2021)

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ (Challenges and Opportunities)

ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ นับเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของปัจจัยพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบัน และเป็นการสร้างรายได้ที่สำคัญให้กับประเทศหากมองในรูปแบบของสินค้าพื้นฐานและสินค้าส่งออก อย่างไรก็ตาม ปัญหาขยะพลาสติกยังคงเป็นประเด็นที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ และพยายามหาแนวทางแก้ไข เช่น การรณรงค์ให้ลด ละ เลิกการใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นพัฒนา การบริหารจัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ยั่งยืน ให้เป็นไปตามการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและบูรณาหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้บริโภคและลูกค้า ทั้งยังช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว รวมถึงช่วยลดต้นทุนในการผลิตในอนาคต อันนำไปสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

กลยุทธ์การจัดการความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ (Product Stewardship Management Process)

เพื่อให้เป็นไปตามความตั้งใจของบริษัทฯ ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถของการแข่งขันและเพิ่มโอกาสเติบโตทางธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ บริษัทฯ นำหลักการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Eco-Design) และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้ โดยได้พัฒนากลไกการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ยั่งยืน (Sustainable Product Management) ผ่านการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินและจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ครอบคลุม 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การหมุนเวียนและการออกแบบผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบที่ยั่งยืน การบริหารจัดการพลังงาน และวัสดุและสารอันตราย

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการวิจัย พัฒนา ส่งเสริมนวัตกรรมใช้วัตถุดิบธรรมชาติ วัสดุทดแทนสารเคมีชีวภาพ จากแหล่งผลิตที่ได้รับการตรวจสอบและน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการตลาดและผู้บริโภค และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นโยบายความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ (Product Stewardship Policy)

นโยบายความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์

ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสุขภาพของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม (Health-and Environmental-Friendly Products)

บริษัทฯ ร่วมมือกับพันธมิตรตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน สร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดี และตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของสังคมและผู้บริโภค ตลอดจนสอดคล้องกับทิศทางและแนวโน้มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ตระหนักถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะในการใช้วัตถุดิบที่ดัดแปลงพันธุกรรม (Genetically Modified Organisms: GMOs) ด้วยการแสดงจุดยืนเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ

Responsible Care

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ โดยมุ่งมั่นกำกับดูแลกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบทางลบที่อาจจะเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต รวมถึงคำนึงถึงความปลอดภัย บริษัทฯ ได้ประยุกต์ใช้กรอบคิดการบริหารจัดการอย่างมีความรับผิดชอบภาคสมัครใจ หรือ Responsible care® พัฒนาโดย International Council of Chemical Associations (ICCA) ซึ่งคือคำมั่นสัญญาของผู้ประกอบการปิโตรเคมีว่าจะรับผิดชอบ ในการที่จะปรับปรุงประสิทธิผลในด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการปกป้องสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ และต่อสังคมส่วนรวม

บริษัทฯ มุ่งมั่นนำหลักการของ Responsible Care® มาปรับใช้ในกระบวนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสำคัญระดับโลก โดยการพัฒนามาตรการด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคน