คุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน
บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่มีความสุข และปราศจากอุบัติเหตุ จึงได้จัดให้มีสภาพแวดล้อมและพื้นที่การทำงานที่ปลอดภัยมากกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ตลอดจนจัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อยกระดับความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานบนพื้นฐานของความยั่งยืน (Sustainability) รวมถึงมีความเป็นอยู่ที่ดีระหว่างการทำงานร่วมกับบริษัทฯ ตลอดจนหลังเกษียณอายุ
บริษัทฯ ได้นำหลักกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และหลักสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากลเข้ามาเป็นแนวทางการดูแลพนักงาน โดยยึดถือคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงานเป็นหัวใจสำคัญ โดยพิจารณาครอบคลุมในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การจ่ายค่าตอบแทนที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ (Living Wage) ของพนักงานและครอบครัว และการให้ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ที่เท่าเทียมกันระหว่างพนักงานชายและหญิง นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานสามารถบริหารจัดการเวลาการปฏิบัติงานและการดำเนินงานชีวิตได้อย่างสมดุล บริษัทฯ กำหนดเวลาทำงานไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และหลีกเลี่ยงการทำงานล่วงเวลาเว้นแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง พร้อมจัดให้มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีโดยได้รับค่าจ้างตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเหมาะสม และในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเลิกจ้าง บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งวันเลิกจ้างและชี้แจงเหตุผลให้พนักงานทราบอย่างชัดเจนในทุกกรณี
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำหลักกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และหลักสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากลเข้ามาเป็นแนวทางการดูแลพนักงาน โดยจัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ หรือ คสส. เพื่อดูแลเรื่องสิทธิแรงงาน สวัสดิการ และสภาพการทำงานของพนักงาน ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของพนักงาน
ทั้งนี้ บริษัทฯ แสดงเจตจำนงในการนำความมุ่งมั่นดังกล่าวไปใช้ในการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนให้คู่ค้า ผู้รับเหมา และหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สำคัญ มีความตระหนักและความมุ่งมั่นในการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงาน เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน
ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ เล็งเห็นถึงการดูแลรักษาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน โดยดำเนินกิจกรรมผ่านโครงการดูแลรักษาสุขภาพต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน เช่น โครงการประเมินความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ และโครงการบริหารจัดการความเครียดของพนักงาน เป็นต้น

โครงการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (Employee Health & Well-Being Program)
บริษัทฯ ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในปัจจุบัน นอกจากมุ่งพัฒนาทักษะ และความสามารของพนักงานทุกระดับ บริษัทฯ ยังใส่ใจความเป็นอยู่และประสบการณ์ที่ดีในการทำงาน โดยบริษัทฯ ได้จัดทำโครงการและกิจกรรมมากมาย เพื่อสนับสนุนสิทธิพิเศษและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด อาทิ ด้านประกันชีวิต ด้านสุขอนามัย ด้านผู้พิการ ด้านการลาคลอด ด้านแผนเกษียณงาน ด้านการถือครองหุ้น รวมถึงด้านการสามารถปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย (Work from Home: WFH) นอกจากนี้บริษัทฯ ยังปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น สอดคล้องการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างยั่งยืน
แนวทางการปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย (Work from Home: WFH)
บริษัทฯ ได้กำหนดรูปแบบการทำงานเพื่อให้วิธีการปฏิบัติงานของบริษัทฯ มีความยืดหยุ่น คล่องตัว โดยกำหนดให้มีการปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย (Work from Home: WFH) สำหรับพนักงานสำนักงาน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งเรื่องการทำงาน ความเป็นอยู่ ความสมดุลในชีวิตการทำงาน และการพัฒนาตนเองต่างๆ และบริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญในการให้พนักงานเข้ามาปฏิบัติงานที่สำนักงานเพื่อยกระดับความร่วมมือ และสร้างความแข็งแกร่งในด้านวัฒนธรรมองค์กร
แนวทางการปฏิบัติงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Working Operations)
บริษัทฯ มีนโยบายสนับสนุนให้เกิดชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น และอนุญาตให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานที่บ้านได้ สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานกลุ่มต่างๆ และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
สวัสดิการครอบครัว (Family/Parent Support)
บริษัทฯ มีนโยบายและสวัสดิการครอบคลุมความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัวพนักงาน ดังนี้
- บริษัทฯ จัดห้องให้นมบุตร 10 ห้อง ในพื้นที่ทั้งหมดของบริษัทฯ เพื่อสนับสนุนพนักงานที่ตั้งครรภ์หรือเพิ่งมีบุตร
- บริษัทฯ จัดให้มีสวัสดิการทางเลือกการรักษาพยาบาลให้พนักงานและครอบครัว โดยพนักงานสามารถเลือกการรักษาพยาบาลให้คู่สมรส บุตร หรือ บิดา มารดา
- บริษัทฯ พิจารณาขยายความคุ้มครองวัคซีนสำหรับบุตรที่อายุไม่เกิน 12 ปี บริบูรณ์ เช่น วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) วัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก วัคซีนป้องกันการติดเชื้อโรต้าไวรัส (ROTA) เป็นต้น
- นอกเหนือจากด้านสุขภาพแล้ว บริษัทฯ ยังสนับสนุนค่าเล่าเรียนสำหรับบุตรของพนักงานตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย (อายุไม่เกิน 22 ปีบริบูรณ์)
สิทธิการลาคลอดและการลางานเพื่อไปดูแลครอบครัว (Paid Parental Leave)
- พนักงานหญิงมีสิทธิลาคลอดได้ไม่เกิน 120 วัน และได้รับค่าจ้างในช่วงลาคลอดแต่ไม่เกิน 70 วัน ซึ่งเกินกว่ากฎหมายแรงงานของประเทศไทย หากพนักงานที่ตั้งครรภ์ได้รับใบรับรองแพทย์ชั้นหนึ่ง ที่แสดงว่าพนักงานไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ พนักงานมีสิทธิขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอด
- พนักงานชายมีสิทธิลางานเพื่อไปดูแลครอบครัวในกรณีที่ภรรยาลาคลอดได้ไม่เกิน 15 วัน โดยได้รับค่าจ้าง
- พนักงานสามารถยื่นขออนุมัติวันลากิจ (Personal Leave) หรือวันลาพักร้อน (Annual Leave) เพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัว (อาทิ บุตร คู่สมรส บิดา มารดา) เพิ่มเติมได้ โดยบริษัทฯ จะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี พนักงานมีสิทธิได้รับวันลาพักร้อนประจำปีจำนวน 15 วัน โดยในระหว่างการลาพักร้อน พนักงานยังคงได้รับค่าจ้างตามปกติ ทั้งนี้ วันลาพักร้อนดังกล่าวถือเป็นสิทธิแยกต่างหากจากวันลาป่วยตามที่กฎหมายกำหนด
การบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการ
บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายค่าตอบแทน และสวัสดิการให้สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับบริษัทชั้นนำในกลุ่มธุรกิจใกล้เคียง โดยบริษัทฯ ได้เข้าร่วมสำรวจการจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการ (Remuneration Survey) โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีคอล ที่เป็นกลุ่มคู่เทียบ (Benchmark) ของบริษัทฯ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทำโดยที่ปรึกษาด้านสิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนเป็นประจำทุกปี โดยบริษัทฯ นำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจมาใช้ประกอบการคิดค่าตอบแทนพนักงาน เพื่อให้มั่นใจว่าค่าตอบแทนของพนักงานทุกคนเท่ากับหรือสูงกว่าค่าครองชีพหรือเกณฑ์มาตรฐาน ต่อการดำรงชีพ (Living Wage) ของพนักงานและครอบครัว
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เชื่อมโยงการจ่ายค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานของพนักงานทุกคน เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่บริษัทฯและพนักงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดและติดตามโครงสร้างเงินเดือนตามระดับงานและตำแหน่งงาน โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมในการจ่ายค่าตอบแทนโดยไม่จำกัดว่าเป็นพนักงานเพศใด จัดให้มีสวัสดิการด้านต่างๆ สำหรับพนักงานตามที่กฎหมายกำหนดและนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด บริษัทฯ ยังได้มีการปรับปรุงสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีในการใช้ชีวิตอยู่ในองค์กรสำหรับพนักงานในแต่ละกลุ่มที่อาจจะมีความต้องการที่หลากหลาย ผ่านรูปแบบสวัสดิการเพื่อรองรับความต้องการของพนักงานแต่ละกลุ่ม เช่น Flexible Benefits, Flexible OPD plan, สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลบุพการี เป็นต้น
แนวปฏิบัติเรื่องชั่วโมงการทำงาน
บริษัทฯ กำกับดูแลเวลาการทำงานของพนักงานให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมาย โดยกำหนดชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานเป็นหลัก
ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่ส่งเสริมการทำงานล่วงเวลา การทำงานในวันหยุด และการทำงานล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่ในกรณีจำเป็น ซึ่งการทำงานล่วงเวลาดังกล่าวต้องไม่ทำให้เวลาการทำงานรวมกันเกินกว่า 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และบริษัทฯ รับรองว่าพนักงานจะได้รับค่าตอบแทนอย่างยุติธรรมตามจำนวนชั่วโมงจริงที่ได้มีการบันทึกไว้อย่างถูกต้องในระบบ
แนวปฏิบัติเรื่องการลาของพนักงาน
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการพักผ่อนและสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว เพื่อส่งเสริมสุขภาพและประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานใช้สิทธิวันหยุดพักผ่อนประจำปีอย่างครบถ้วน บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้:
- วันหยุดพักผ่อนประจำปี: พนักงานมีสิทธิได้รับวันลาพักผ่อนประจำปีจำนวนเริ่มต้นตั้งแต่ 6 – 15 วัน (จำนวนวันขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเป็นพนักงาน) โดยในระหว่างการลาพักผ่อน พนักงานยังคงได้รับค่าจ้างตามปกติ ทั้งนี้ วันลาพักผ่อนดังกล่าวถือเป็นสิทธิแยกต่างหากจากวันลาป่วยตามที่กฎหมายกำหนด
- การใช้วันหยุดพักผ่อนประจำปี: พนักงานมีสิทธิสะสมวันหยุดลาพักผ่อนประจำปีได้สูงสุด 20-30 วันต่อปี (จำนวนวันขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเป็นพนักงาน) โดยบริษัทฯ มีการจัดทำโครงการสวัสดิการทางเลือก (Flexible Benefits) ซึ่งพนักงานสามารถนำวันหยุดพักผ่อนประจำปีมาแลกเป็นคะแนน เพื่อนำคะแนนไปแลกสิทธิประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการของพนักงาน อาทิ ค่ารักษาพยาบาลที่อยู่เหนือความคุ้มครองของบริษัทฯ ค่าส่งเสริมสุขพลานามัย ค่าสาธารณูปโภคและสนับสนุนกรณีทำงานที่บ้าน และค่าพัฒนาความรู้และส่งเสริมคุณภาพชีวิต เป็นต้น และหลังจากแลกแล้ว พนักงานต้องมีวันหยุดพักผ่อนที่จะสามารถใช้ได้ไม่น้อยกว่า 6 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้วันลาขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด
- การแจ้งเตือนอัตโนมัติ: ระบบ HR ของเราจะส่งการแจ้งเตือนเป็นระยะให้พนักงานและผู้จัดการเพื่อวางแผนและใช้วันลาที่เหลือ
- การกำกับดูแลโดยผู้จัดการ: ผู้จัดการติดตามยอดวันลาคงเหลือและพูดคุยกับพนักงานเพื่อวางแผนการลาพักร้อนล่วงหน้า
มาตรการเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บริษัทฯ ในการดูแลสุขภาพพนักงานและการปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่าวันลาพักร้อนไม่เพียงแต่มีสิทธิ แต่ยังได้รับการใช้จริง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ดีในการทำงานไปพร้อม ๆ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดี (Well-Being) ส่งเสริมการทำงานของพนักงานอย่างมีความสุข โดยมุ่งเน้นด้านสุขภาพ จิตใจ และการบริหารการเงินที่ดี (Health, Mindfulness and Wealth) เช่น โครงการ Go Fit Together 2568 โครงการ สายด่วนสุขภาพใจ โครงการ Well being โครงการความช่วยเหลือด้านการแพทย์ และโครงการรักษ์หัวใจ เป็นต้น
โครงการ Go Fit Together 2568
บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการ Go Fit Together เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและใจของพนักงาน เนื่องจากสุขภาพที่ดีไม่เพียงส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของพนักงาน เสริมสร้างความแข็งแรง ลดความเครียด และลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ ในระยะยาว แต่ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความสำเร็จต่อองค์กร โครงการ Go Fit Together มีกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้พนักงานออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยมีกิจกรรมการจัดแข่งขันนับแคลอรี่ ซึ่งไม่เพียงแต่กระตุ้นให้พนักงานใส่ใจในสุขภาพตนเอง แต่ยังสร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมภายในทีม และช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนร่วมงาน และสนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ มีความมุ่งหวังในการเสริมสร้างพื้นฐานที่มั่นคง ส่งสริมให้พนักงานมีสุขภาพดีและมีความสุขในชีวิต


โครงการ สายด่วนสุขภาพใจเพื่อพนักงานและครอบครัว (Happy Life)
บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการ Happy Life ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการบริหารจัดการความเครียดในที่ทำงาน เพื่อให้คำปรึกษาแก่พนักงานที่มีปัญหาต่างๆ เช่น ความท้อใจ ความตึงเครียด ปัญหาในการทำงาน ปัญหาครอบครัว เป็นต้น โดยพนักงานจะได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทางด้านการให้คำปรึกษาจากหน่วยงานภายนอกผ่านทางโทรศัพท์ตลอด 24 ชั่วโมง หรือการนัดหมายล่วงหน้าเพื่อเข้าพบเป็นการส่วนตัว พร้อมทั้งให้คำแนะนำถึงกิจกรรมและโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการความเครียดให้แก่พนักงาน อาทิ โครงการทำความรู้จักกับความเครียด และโครงการการสร้างแรงจูงใจในการทำงาน รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมประจำปีเพื่อให้พนักงานตระหนักรู้ถึงสภาวะจิตใจของตนเอง
โครงการ Well Being
บริษัทฯ จัดทำโครงการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจของพนักงานมากมาย ผ่านการให้สิทธิประโยชน์พิเศษ การจัดกิจกรรมพูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการสร้างพื้นที่ออกกำลังกายอย่างฟิตเนสให้กับพนักงาน ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานจะได้รับความสุขและมีความเป็นอยู่ที่ดีระหว่างทำงานภายในองค์กร โดยตัวอย่างการดำเนินโครงการในปีที่ผ่านมา ได้แก่

โครงการสวัสดิการทางเลือก (Flexible Benefits)
พนักงานสามารถแลกวันลาหยุดเป็นคะแนนได้ โดยคะแนนดังกล่าวสามารถนำไปใช้เป็นสิทธิประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการของพนักงานแต่ละบุคคล อาทิ ค่ารักษาพยาบาลที่อยู่เหนือความคุ้มครองของบริษัทฯ ค่าส่งเสริมสุขพลานามัย ค่าสาธารณูปโภคและสนับสนุนกรณีทำงานที่บ้าน และค่าพัฒนาความรู้และส่งเสริมคุณภาพชีวิต เป็นต้น และยังขยายทางเลือกเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานนอกสำนักงาน และสนับสนุน Generations ที่แตกต่าง

กิจกรรม Health Talk
จัดการอบรมความรู้เรื่องโรคภัยยอดฮิต และเทรนด์สุขภาพในสังคมปัจจุบัน อาทิ โรคหยุดหายใจขณะหลับและความสำคัญของการทำ Sleep Test การดูแลร่างกายให้เป็นวัยรุ่น ให้กับพนักงาน โดยได้เชิญบุคลากรทางการแพทย์ มาบรรยาย รวมถึงแนะแนววิธีการดำเนินชีวิตให้เหมาะสม ห่างไกลโรคร้าย

กิจกรรม การรู้จักตัวเองเพื่อเข้าใจผู้อื่น
จัดกิจกรรมให้ความรู้และ Workshop เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้เรียนรู้ เข้าใจตนเองและผู้อื่น เพื่อให้การสื่อสารและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

GC Well Being Day 2025
จัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหารและพนักงาน ผ่านการพบปะและทำกิจกรรมร่วมกัน พร้อมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานได้รับความรู้ด้านสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งสุขภาพกาย (Health) สุขภาพใจ (Mindfulness) และสุขภาพทางการเงิน (Wealth) โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในด้านการบริโภค การออกกำลังกายเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพ การจัดการความเครียด และการบริหารจัดการด้านการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการ Fitness Center
บริษัทฯ สร้างสถานที่ฟิตเนสรวมถึงสถานออกกำลังกายให้กับพนักงาน เพื่อส่งเสริมให้พนักงานสามารถออกกำลังกายได้ ง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่าน การเข้าถึงอุปกรณ์และสถานที่ที่เอื้อต่อการออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น
โครงการความช่วยเหลือด้านการแพทย์ (Medical Treatment Support)
บริษัทฯ จัดทำโครงการความช่วยเหลือทางการแพทย์ควบคู่ไปกับการตรวจสุขภาพพนักงานประจำปี พร้อมทั้งดูแลพนักงานให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมเพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ ตลอดจนลดภาระค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการรักษาพยาบาลของพนักงาน โดยบริษัทฯ ดำเนินการช่วยเหลือพนักงานในขั้นตอนต่างๆ ดังนี้
โครงการรักษ์หัวใจ
จากผลการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพพนักงานอย่างต่อเนื่อง พบว่าแนวโน้มสุขภาพพนักงานมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มสูงขึ้นทุกปี บริษัทฯ จึงดำเนินการประเมินความเสี่ยงของพนักงานทุกคนและจัดระดับความเสี่ยงของพนักงาน จัดทำโครงการดูแลสุขภาพเชิงลึกในแต่ละระดับความเสี่ยง เพื่อที่จะจัดสรรมาตรการการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ พนักงานได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มความเสี่ยงสูง กลุ่มความเสี่ยงปานกลาง กลุ่มความเสี่ยงน้อย
| กลุ่มความเสี่ยง | มาตรการดูแล |
|---|---|
| กลุ่มความเสี่ยงสูง | บริษัทร่วมกับทีมแพทย์ มีการติดตามภาวะสุขภาพ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีการจัดอบรม และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นระยะ ๆ |
| กลุ่มความเสี่ยงปานกลาง | จัดทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เพื่อแนะนำโภชนาการและการออกกำลังกายที่เหมาะสม และจัดทำ Club House เพื่อแบ่งปัน และสร้างแรงบันดาลใจให้รักสุขภาพ |
| กลุ่มความเสี่ยงน้อย | จัดทำ Club House เพื่อแบ่งปัน และสร้างแรงบันดาลใจให้รักสุขภาพ |



ส่งเสริมสนับสนุนศักยภาพแรงงานผู้พิการ
บริษัทฯ ได้ดำเนินการสนับสนุนคนพิการตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นไปตามตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ พ.ศ. 2550 โดยในปี 2568 มีการว่าจ้างผู้พิการทั้งหมดจำนวนรวม 40 คน ตามมาตรา 33 โดยจำนวน 3 คน เป็นคนพิการที่เป็นพนักงานประจำและจำนวน 37 คน ตามมาตรา 35 ในการส่งเสริมและสร้างรายได้ให้กับคนพิการ โดยในจำนวนนี้ให้การช่วยเหลือคนพิการจากเทศบาลรอบข้างบริษัทฯ (สำนักงานระยอง) จำนวน 5 เทศบาล ทั้งหมด 19 คน เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพ ทำการประเมินรายได้ และประสานงานผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ความรู้ในการสร้างอาชีพให้กับคนพิการ ทำให้คนพิการมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 60% เทียบกับรายได้ก่อนได้รับการช่วยเหลือจากบริษัทฯ มีการยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้ดีขึ้น และเพื่อเป็นการส่งเสริมให้คนพิการได้มีโอกาสแสดงความสามารถ ซึ่งก่อให้เกิดการมีรายได้ พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ลดภาระของครอบครัวและสังคมที่ต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู รวมทั้งเป็นการส่งเสริมให้คนพิการเป็นพลังสำคัญในการเสริมสร้างทางเศรษฐกิจของครอบครัวและประเทศต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการที่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้พิจารณาจัดสรรคนพิการ จำนวน 5 คน ช่วยปฏิบัติงานในหน่วยงานต่างๆ ภายในบริษัทฯ ทำให้ช่วยลดเวลาการปฏิบัติงานของพนักงานลงได้ 365 ชั่วโมง/เดือน รวมไปถึงความร่วมมือกับสมาคมศิษย์เก่าศูนย์ฝึกอาชีพและพัฒนาสมรรถภาพคนตาบอดจัดหมอนวดผู้พิการทางสายตาจำนวน 13 คน มาให้บริการนวดแผนไทย (คอ บ่า ไหล่) ให้แก่พนักงานสำนักงานกรุงเทพฯ และระยอง โดยพนักงานที่มาใช้บริการไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ซึ่งการให้บริการดังกล่าวภาพรวมด้านสุขภาพของพนักงานมีแนวโน้มสุขภาพกายดีขึ้น และผลการประเมินความพึงพอใจโดยรวมของพนักงานสูงถึง 97.5 %
กิจกรรมส่งเสริมการบริหารเงิน (Wealth)
เพื่อตอบโจทย์กลยุทธ์ในการสร้างกิจกรรมส่งเสริมความรู้ด้านการบริหารการเงินให้เหมาะสมกับพนักงานกลุ่มเป้าหมาย และสอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลายผ่านช่องทาง Online ต่างๆ โดยเชิญวิทยากรที่มีความรู้ความชำนาญโดยเฉพาะ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและ Financial Coach ที่มีชื่อเสียงมาให้ความรู้ เช่น
- กลุ่มพนักงานทั่วไป: กลยุทธ์การออม-การลงทุน สร้างเงินล้านกับทุก Generation, กิจกรรมให้ความรู้เรื่องรับมืออย่างไรเมื่อ LTF ครบกำหนด, กิจกรรมให้ความรู้เรื่อง Money Exercise เพื่อ "สุขภาพการเงินดี ตลอดปี ตลอดไป“ และกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสิทธิประโยชน์และความสำคัญของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
- กลุ่มคนเกษียณอายุ: การบริหารเงินหลังเกษียณสไตล์วัยเก๋า กิจกรรมให้ความรู้วางแผนภาษีสไตล์วัยหลังเกษียณ กิจกรรมให้ความรู้สิทธิประโยชน์และสวัสดิการสมาชิก โดยสหกรณ์ก๊าซ/ สหกรณ์น้ำมัน
- กลุ่มพนักงานที่มีความเสี่ยงในการบริหารเงิน: กิจกรรมให้ความรู้เรื่องวางแผนการเงินก่อนเป็นหนี้ โครงการ Smart Debt คลินิคบริหารหนี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนการให้ความรู้หลักสูตร “การบริหารหนี้” จากธนาคารออมสิน และหลักสูตร “เทคนิคจัดการหนี้ ปรับแผนสู้วิกฤต” จากสถาบัน SAM รวมถึงให้การคำปรึกษาเป็นรายบุคคลจากธนาคารออมสินและบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท SAM เป็นต้น
บริษัทฯ ส่งเสริมการสร้างความมั่นคงและเห็นถึงสิทธิประโยชน์ของพนักงานเป็นสำคัญ พิจารณาเพิ่มเติมนโยบายการลงทุนที่หลากหลายในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมไปถึงพิจารณาเพิ่มแผนการลงทุนที่เรียกว่าแผน DIY ที่พนักงานสามารถกำหนดสัดส่วนการลงทุนได้เองตามความเสี่ยงที่พนักงานรับได้นอกจากแผนการลงทุนมาตรฐาน 12 แผน และด้วยเหตุผลดังกล่าว ในปีนี้ บริษัทฯ ได้รับรางวัลจากการประกวดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดีเด่นจำนวน 2 รางวัล จากสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ได้แก่
- รางวัลรองชนะเลิศ ประเภทกองทุนเดี่ยว (Single Fund) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กลุ่มหน่วยงานเอกชน ขนาดกองทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท ได้รับ โล่รางวัลกระทรวงการคลัง
- รางวัลนายจ้างส่งเสริมดีเด่น เป็นรางวัลประกวดเฉพาะด้านดีเด่น ในกลุ่มหน่วยงานเอกชน ได้รับโล่รางวัลสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
การได้รับรางวัลดังกล่าว แสดงให้เห็นว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพของทางบริษัทฯ มีการพัฒนาสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ ให้กับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนในการเก็บออมเพื่อใช้ในยามเกษียณให้กับพนักงานในระยะยาว ตอบโจทย์กับทุกกลุ่มพนักงาน สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเพื่อประโยชน์สูงสุดของพนักงาน
นอกจากนี้ เพื่อตอบสนองนโยบายการสร้างผลประโยชน์เฉพาะบุคคล รวมไปถึงสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของพนักงานกับบริษัทฯ อย่างยาวนาน บริษัทฯ จึงพิจารณาเพิ่มทางเลือกรับของที่ระลึกรางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่พนักงานที่ปฏิบัติงานครบตามอายุงานและเกษียณอายุ โดยเลือกรับเป็นทองคำแท่งหรือสลากออมทรัพย์ได้
ความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน
นอกเหนือจากการดำเนินโครงการดูแลรักษาความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างต่อเนื่องแล้ว บริษัทฯ ยังได้ติดตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการด้านความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ผ่านการจัดทำแบบสำรวจเพื่อประเมินความพึงพอใจและความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน โดยแบบสำรวจดังกล่าวได้จัดทำและพัฒนาขึ้นตาม Mercer Model ซึ่งเป็นโมเดลการประเมินที่ครอบคลุมหลายมิติ โดยโมเดลดังกล่าวสามารถวัดปัจจัยของการสร้างความผูกพันของพนักงานใน 7 ประสบการณ์หลัก (7 Core Experience Elements) ได้แก่ ปัจจัยด้าน การสนับสนุนเครื่องมือและกระบวนการทำงาน (Enabling) การบริหารจัดการและการสนับสนุนจากหัวหน้างาน (Managing) การพัฒนาบุคลากร (Developing) ความสัมพันธ์ภายในองค์กร (Connecting) การประเมินผลและการให้รางวัลยกย่องชมเชย (Recognizing) การนำองค์กรของผู้บริหารระดับสูง (Leading) การบริหารประสิทธิภาพของบริษัท (Performing) /Life Balance)
บริษัทฯ ได้ดำเนินการการประเมินความพึงพอใจและความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานเป็นประจำทุกปี โดยตัวอย่างชุดคำถามที่ใช้เป็นตัวชี้วัด ความผูกพันของพนักงานภายในองค์กร รวมถึงตัวอย่างของผลลัพธ์การประเมินฯ ในบางมิติ มีรายละเอียดดังนี้
| มิติ | ความพึงพอใจโดยรวมของการทำงาน (Job Satisfaction) |
|---|---|
| ตัวอย่างคำถาม |
|
| ผลลัพธ์ของการประเมิน | ร้อยละ 87 ของพนักงานที่ตอบแบบสำรวจ มีความพึงพอใจในการทำงาน |
| การดำเนินงานเพื่อพัฒนาความพึงพอใจโดยรวมของการทำงาน | การสื่อสารโดยผู้บริหารระดับสูงผ่านกิจกรรม CEO Townhall และการสื่อสารของผู้บริหารระดับสูงใน Townhall ของแต่ละสายงาน เพื่อสื่อสารทิศทางและอธิบายกลยุทธ์ของบริษัท ทำให้พนักงานเกิดแรงจูงใจในการขับเคลื่อนการดำเนินงานไปสู่เป้าหมายขององค์กร |
| มิติ | ความรู้สึกเติมเต็มในการทำงาน (Purpose) |
|---|---|
| ตัวอย่างคำถาม |
|
| ผลลัพธ์ของการประเมิน | ร้อยละ 72 ของพนักงานที่ตอบแบบสำรวจ รู้สึกเติมเต็มในการทำงาน |
| การดำเนินงานเพื่อพัฒนาความรู้สึกเติมเต็มในการทำงาน | โครงการส่งเสริมด้านวัฒนธรรมองค์กร ที่มุ่งเน้นให้การทำงานร่วมกันระหว่างพนักงานเป็นไปอย่างมืออาชีพ เติบโตพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน อาทิ โครงการ GC Standout สำหรับพนักงานเพื่อส่งมอบ ไอเดีย ใหม่ๆ ปลุกความคิดสร้างสรรค์ และกล้าคิดนอกกรอบ สำหรับสร้าง Innovation Culture ให้เกิดขึ้นภายในองค์กร รวมถึง โครงการ Change Agent of the Year เพื่อเป็นการ ยกย่อง ชื่นชม พนักงานที่ทุ่มเทในการสร้างความเปลี่ยนแปลง และเป็นตัวอย่างในการผลักดันวัฒนธรรมองค์กรที่ดี |
| มิติ | ความสุขในการทำงาน (Happiness) |
|---|---|
| ตัวอย่างคำถาม |
|
| ผลลัพธ์ของการประเมิน | ร้อยละ 66 ของพนักงานที่ตอบแบบสำรวจ รู้สึกมีความสุขในการทำงาน |
| การดำเนินงานเพื่อพัฒนาความสุขในการทำงาน |
|
| มิติ | ความเครียดในการทำงาน (Stress) |
|---|---|
| ตัวอย่างคำถาม |
|
| ผลลัพธ์ของการประเมิน | ร้อยละ 71 ของพนักงานที่ตอบแบบสำรวจ รู้สึกว่าสามารถบริหารจัดการความเครียดในการทำงานได้ |
| การดำเนินงานเพื่อป้องกันความเครียดในการทำงาน |
|
ผลการดำเนินการ (Performance Summary)
จากการดำเนินงานและประเมินผลฯ ข้างต้น ส่งผลให้ในปี 2568 พนักงานมีระดับความผูกพันองค์กรอยู่ที่ร้อยละ 76
ระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน
ผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
| ผลการดำเนินงาน | เป้าหมาย 2568 |
||||
|---|---|---|---|---|---|
| 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | ||
| ระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน (ร้อยละ) | 65 | 65 | 77 | 76 | 80 |
| สัดส่วนของพนักงานที่ตอบการประเมินฯ (ร้อยละ) | 97 | 98 | 99 | 97 | |
(ร้อยละ)