บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่มีความสุข และปราศจากอุบัติเหตุ จึงได้จัดให้มีสภาพแวดล้อมและพื้นที่การทำงานที่ปลอดภัยมากกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ตลอดจนจัดทำโครงการต่าง ๆ เพื่อยกระดับความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานบนพื้นฐานของความยั่งยืน (Sustainability) รวมถึงมีความเป็นอยู่ที่ดีระหว่างการทำงานร่วมกับบริษัทฯ ตลอดจนหลังเกษียณอายุ

บริษัทฯ ได้นำหลักกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และหลักสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากลเข้ามาเป็นแนวทางการดูแลพนักงาน โดยยึดถือคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงานเป็นหัวใจสำคัญ โดยพิจารณาครอบคลุมในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การจ่ายค่าตอบแทนที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ (Living Wage) ของพนักงานและครอบครัว และการให้ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ที่เท่าเทียมกันระหว่างพนักงานชายและหญิง นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานสามารถบริหารจัดการเวลาการปฏิบัติงานและการดำเนินงานชีวิตได้อย่างสมดุล บริษัทฯ กำหนดเวลาทำงานไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และหลีกเลี่ยงการทำงานล่วงเวลาเว้นแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง พร้อมจัดให้มีวันหยุดพักผ่อนประจำปีโดยได้รับค่าจ้างตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเหมาะสม และในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเลิกจ้าง บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งวันเลิกจ้างและชี้แจงเหตุผลให้พนักงานทราบอย่างชัดเจนในทุกกรณี

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำหลักกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และหลักสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากลเข้ามาเป็นแนวทางการดูแลพนักงาน โดยจัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ หรือ คสส. เพื่อดูแลเรื่องสิทธิแรงงาน สวัสดิการ และสภาพการทำงานของพนักงาน ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของพนักงาน

ทั้งนี้ บริษัทฯ แสดงเจตจำนงในการนำความมุ่งมั่นดังกล่าวไปใช้ในการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนให้คู่ค้า ผู้รับเหมา และหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สำคัญ มีความตระหนักและความมุ่งมั่นในการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงาน เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน

ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ เล็งเห็นถึงการดูแลรักษาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน โดยดำเนินกิจกรรมผ่านโครงการดูแลรักษาสุขภาพต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน เช่น โครงการประเมินความเสี่ยงด้านการยศาสตร์ และโครงการบริหารจัดการความเครียดของพนักงาน เป็นต้น

โครงการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน (Employee Health & Well-Being Program)

บริษัทฯ ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในปัจจุบัน นอกจากมุ่งพัฒนาทักษะ และความสามารของพนักงานทุกระดับ บริษัทฯ ยังใส่ใจความเป็นอยู่และประสบการณ์ที่ดีในการทำงาน โดยบริษัทฯ ได้จัดทำโครงการและกิจกรรมมากมาย เพื่อสนับสนุนสิทธิพิเศษและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด และนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด อาทิ ด้านประกันชีวิต ด้านสุขอนามัย ด้านผู้พิการ ด้านการลาคลอด ด้านแผนเกษียณงาน ด้านการถือครองหุ้น รวมถึงด้านการสามารถปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย (Work from Home: WFH) นอกจากนี้บริษัทฯ ยังปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น สอดคล้องการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างยั่งยืน

แนวทางการปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย (Work from Home: WFH)

บริษัทฯ ได้กำหนดรูปแบบการทำงานเพื่อให้วิธีการปฏิบัติงานของบริษัทฯ มีความยืดหยุ่น คล่องตัว โดยกำหนดให้มีการปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย (Work from Home: WFH) สำหรับพนักงานสำนักงาน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งเรื่องการทำงาน ความเป็นอยู่ ความสมดุลในชีวิตการทำงาน และการพัฒนาตนเองต่างๆ และบริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญในการให้พนักงานเข้ามาปฏิบัติงานที่สำนักงานเพื่อยกระดับความร่วมมือ และสร้างความแข็งแกร่งในด้านวัฒนธรรมองค์กร

แนวทางการปฏิบัติงานแบบยืดหยุ่น (Flexible Working Operations)

บริษัทฯ มีนโยบายสนับสนุนให้เกิดชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น และอนุญาตให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานที่บ้านได้ สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานกลุ่มต่างๆ และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

สวัสดิการครอบครัว (Family/Parent Support)

บริษัทฯ มีนโยบายและสวัสดิการครอบคลุมความเป็นอยู่ที่ดีของครอบครัวพนักงาน ดังนี้

  • บริษัทฯ จัดห้องให้นมบุตร 10 ห้อง ในพื้นที่ทั้งหมดของบริษัทฯ เพื่อสนับสนุนพนักงานที่ตั้งครรภ์หรือเพิ่งมีบุตร
  • บริษัทฯ จัดให้มีสวัสดิการทางเลือกการรักษาพยาบาลให้พนักงานและครอบครัว โดยพนักงานสามารถเลือกการรักษาพยาบาลให้คู่สมรส บุตร หรือ บิดา มารดา
  • บริษัทฯ พิจารณาขยายความคุ้มครองวัคซีนสำหรับบุตรที่อายุไม่เกิน 12 ปี บริบูรณ์ เช่น วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) วัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูก วัคซีนป้องกันการติดเชื้อโรต้าไวรัส (ROTA) เป็นต้น
  • นอกเหนือจากด้านสุขภาพแล้ว บริษัทฯ ยังสนับสนุนค่าเล่าเรียนสำหรับบุตรของพนักงานตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย (อายุไม่เกิน 22 ปีบริบูรณ์)

สิทธิการลาคลอดและการลางานเพื่อไปดูแลครอบครัว (Paid Parental Leave)

  • พนักงานหญิงมีสิทธิลาคลอดได้ไม่เกิน 120 วัน และได้รับค่าจ้างในช่วงลาคลอดแต่ไม่เกิน 70 วัน ซึ่งเกินกว่ากฎหมายแรงงานของประเทศไทย หากพนักงานที่ตั้งครรภ์ได้รับใบรับรองแพทย์ชั้นหนึ่ง ที่แสดงว่าพนักงานไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ พนักงานมีสิทธิขอให้นายจ้างเปลี่ยนงานชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอด
  • พนักงานชายมีสิทธิลางานเพื่อไปดูแลครอบครัวในกรณีที่ภรรยาลาคลอดได้ไม่เกิน 15 วัน โดยได้รับค่าจ้าง
  • พนักงานสามารถยื่นขออนุมัติวันลากิจ (Personal Leave) หรือวันลาพักร้อน (Annual Leave) เพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัว (อาทิ บุตร คู่สมรส บิดา มารดา) เพิ่มเติมได้ โดยบริษัทฯ จะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี พนักงานมีสิทธิได้รับวันลาพักร้อนประจำปีจำนวน 15 วัน โดยในระหว่างการลาพักร้อน พนักงานยังคงได้รับค่าจ้างตามปกติ ทั้งนี้ วันลาพักร้อนดังกล่าวถือเป็นสิทธิแยกต่างหากจากวันลาป่วยตามที่กฎหมายกำหนด

การบริหารค่าตอบแทนและสวัสดิการ

บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายค่าตอบแทน และสวัสดิการให้สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับบริษัทชั้นนำในกลุ่มธุรกิจใกล้เคียง โดยบริษัทฯ ได้เข้าร่วมสำรวจการจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการ (Remuneration Survey) โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีคอล ที่เป็นกลุ่มคู่เทียบ (Benchmark) ของบริษัทฯ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวทำโดยที่ปรึกษาด้านสิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนเป็นประจำทุกปี โดยบริษัทฯ นำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจมาใช้ประกอบการคิดค่าตอบแทนพนักงาน เพื่อให้มั่นใจว่าค่าตอบแทนของพนักงานทุกคนเท่ากับหรือสูงกว่าค่าครองชีพหรือเกณฑ์มาตรฐาน ต่อการดำรงชีพ (Living Wage) ของพนักงานและครอบครัว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เชื่อมโยงการจ่ายค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานของพนักงานทุกคน เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่บริษัทฯและพนักงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดและติดตามโครงสร้างเงินเดือนตามระดับงานและตำแหน่งงาน โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมในการจ่ายค่าตอบแทนโดยไม่จำกัดว่าเป็นพนักงานเพศใด จัดให้มีสวัสดิการด้านต่างๆ สำหรับพนักงานตามที่กฎหมายกำหนดและนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด บริษัทฯ ยังได้มีการปรับปรุงสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีในการใช้ชีวิตอยู่ในองค์กรสำหรับพนักงานในแต่ละกลุ่มที่อาจจะมีความต้องการที่หลากหลาย ผ่านรูปแบบสวัสดิการเพื่อรองรับความต้องการของพนักงานแต่ละกลุ่ม เช่น Flexible Benefits, Flexible OPD plan, สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลบุพการี เป็นต้น

แนวปฏิบัติเรื่องชั่วโมงการทำงาน

บริษัทฯ กำกับดูแลเวลาการทำงานของพนักงานให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมาย โดยกำหนดชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยคำนึงถึงสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานเป็นหลัก

ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่ส่งเสริมการทำงานล่วงเวลา การทำงานในวันหยุด และการทำงานล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่ในกรณีจำเป็น ซึ่งการทำงานล่วงเวลาดังกล่าวต้องไม่ทำให้เวลาการทำงานรวมกันเกินกว่า 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และบริษัทฯ รับรองว่าพนักงานจะได้รับค่าตอบแทนอย่างยุติธรรมตามจำนวนชั่วโมงจริงที่ได้มีการบันทึกไว้อย่างถูกต้องในระบบ

แนวปฏิบัติเรื่องการลาของพนักงาน

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการพักผ่อนและสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว เพื่อส่งเสริมสุขภาพและประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงาน เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานใช้สิทธิวันหยุดพักผ่อนประจำปีอย่างครบถ้วน บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้:

  • วันหยุดพักผ่อนประจำปี: พนักงานมีสิทธิได้รับวันลาพักผ่อนประจำปีจำนวนเริ่มต้นตั้งแต่ 6 – 15 วัน (จำนวนวันขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเป็นพนักงาน) โดยในระหว่างการลาพักผ่อน พนักงานยังคงได้รับค่าจ้างตามปกติ ทั้งนี้ วันลาพักผ่อนดังกล่าวถือเป็นสิทธิแยกต่างหากจากวันลาป่วยตามที่กฎหมายกำหนด
  • การใช้วันหยุดพักผ่อนประจำปี: พนักงานมีสิทธิสะสมวันหยุดลาพักผ่อนประจำปีได้สูงสุด 20-30 วันต่อปี (จำนวนวันขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเป็นพนักงาน) โดยบริษัทฯ มีการจัดทำโครงการสวัสดิการทางเลือก (Flexible Benefits) ซึ่งพนักงานสามารถนำวันหยุดพักผ่อนประจำปีมาแลกเป็นคะแนน เพื่อนำคะแนนไปแลกสิทธิประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการของพนักงาน อาทิ ค่ารักษาพยาบาลที่อยู่เหนือความคุ้มครองของบริษัทฯ ค่าส่งเสริมสุขพลานามัย ค่าสาธารณูปโภคและสนับสนุนกรณีทำงานที่บ้าน และค่าพัฒนาความรู้และส่งเสริมคุณภาพชีวิต เป็นต้น และหลังจากแลกแล้ว พนักงานต้องมีวันหยุดพักผ่อนที่จะสามารถใช้ได้ไม่น้อยกว่า 6 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้วันลาขั้นต่ำตามที่กฎหมายกำหนด
  • การแจ้งเตือนอัตโนมัติ: ระบบ HR ของเราจะส่งการแจ้งเตือนเป็นระยะให้พนักงานและผู้จัดการเพื่อวางแผนและใช้วันลาที่เหลือ
  • การกำกับดูแลโดยผู้จัดการ: ผู้จัดการติดตามยอดวันลาคงเหลือและพูดคุยกับพนักงานเพื่อวางแผนการลาพักร้อนล่วงหน้า

มาตรการเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บริษัทฯ ในการดูแลสุขภาพพนักงานและการปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงาน เพื่อให้มั่นใจว่าวันลาพักร้อนไม่เพียงแต่มีสิทธิ แต่ยังได้รับการใช้จริง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ดีในการทำงานไปพร้อม ๆ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดี (Well-Being) ส่งเสริมการทำงานของพนักงานอย่างมีความสุข โดยมุ่งเน้นด้านสุขภาพ จิตใจ และการบริหารการเงินที่ดี (Health, Mindfulness and Wealth) เช่น โครงการ Go Fit Together 2568 โครงการ สายด่วนสุขภาพใจ โครงการ Well being โครงการความช่วยเหลือด้านการแพทย์ และโครงการรักษ์หัวใจ เป็นต้น

ความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน

นอกเหนือจากการดำเนินโครงการดูแลรักษาความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างต่อเนื่องแล้ว บริษัทฯ ยังได้ติดตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการด้านความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ผ่านการจัดทำแบบสำรวจเพื่อประเมินความพึงพอใจและความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน โดยแบบสำรวจดังกล่าวได้จัดทำและพัฒนาขึ้นตาม Mercer Model ซึ่งเป็นโมเดลการประเมินที่ครอบคลุมหลายมิติ โดยโมเดลดังกล่าวสามารถวัดปัจจัยของการสร้างความผูกพันของพนักงานใน 7 ประสบการณ์หลัก (7 Core Experience Elements) ได้แก่ ปัจจัยด้าน การสนับสนุนเครื่องมือและกระบวนการทำงาน (Enabling) การบริหารจัดการและการสนับสนุนจากหัวหน้างาน (Managing) การพัฒนาบุคลากร (Developing) ความสัมพันธ์ภายในองค์กร (Connecting) การประเมินผลและการให้รางวัลยกย่องชมเชย (Recognizing) การนำองค์กรของผู้บริหารระดับสูง (Leading) การบริหารประสิทธิภาพของบริษัท (Performing) /Life Balance)

บริษัทฯ ได้ดำเนินการการประเมินความพึงพอใจและความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานเป็นประจำทุกปี โดยตัวอย่างชุดคำถามที่ใช้เป็นตัวชี้วัด ความผูกพันของพนักงานภายในองค์กร รวมถึงตัวอย่างของผลลัพธ์การประเมินฯ ในบางมิติ มีรายละเอียดดังนี้

มิติ ความพึงพอใจโดยรวมของการทำงาน (Job Satisfaction)
ตัวอย่างคำถาม
  • บริษัทฯ สร้างแรงบันดาลใจในให้ฉันทำทุกวันให้ดีที่สุด (This organization inspires me to do my best work every day)
  • ฉันภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งภายในองค์กร (I am proud to be part of this organization)
ผลลัพธ์ของการประเมิน ร้อยละ 87 ของพนักงานที่ตอบแบบสำรวจ มีความพึงพอใจในการทำงาน
การดำเนินงานเพื่อพัฒนาความพึงพอใจโดยรวมของการทำงาน การสื่อสารโดยผู้บริหารระดับสูงผ่านกิจกรรม CEO Townhall และการสื่อสารของผู้บริหารระดับสูงใน Townhall ของแต่ละสายงาน เพื่อสื่อสารทิศทางและอธิบายกลยุทธ์ของบริษัท ทำให้พนักงานเกิดแรงจูงใจในการขับเคลื่อนการดำเนินงานไปสู่เป้าหมายขององค์กร
มิติ ความรู้สึกเติมเต็มในการทำงาน (Purpose)
ตัวอย่างคำถาม
  • วิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ให้ทิศทางการทำงานที่มีความหมายต่อฉัน (This organization's vision provides meaningful direction to me)
  • ฉันรู้สึกถึงความสำเร็จในการทำงานอันเกิดจากความตั้งใจในการทำงานของฉัน (I get a sense of accomplishment from my work)
ผลลัพธ์ของการประเมิน ร้อยละ 72 ของพนักงานที่ตอบแบบสำรวจ รู้สึกเติมเต็มในการทำงาน
การดำเนินงานเพื่อพัฒนาความรู้สึกเติมเต็มในการทำงาน โครงการส่งเสริมด้านวัฒนธรรมองค์กร ที่มุ่งเน้นให้การทำงานร่วมกันระหว่างพนักงานเป็นไปอย่างมืออาชีพ เติบโตพร้อมกับองค์กรอย่างยั่งยืน อาทิ โครงการ GC Standout สำหรับพนักงานเพื่อส่งมอบ ไอเดีย ใหม่ๆ ปลุกความคิดสร้างสรรค์ และกล้าคิดนอกกรอบ สำหรับสร้าง Innovation Culture ให้เกิดขึ้นภายในองค์กร รวมถึง โครงการ Change Agent of the Year เพื่อเป็นการ ยกย่อง ชื่นชม พนักงานที่ทุ่มเทในการสร้างความเปลี่ยนแปลง และเป็นตัวอย่างในการผลักดันวัฒนธรรมองค์กรที่ดี
มิติ ความสุขในการทำงาน (Happiness)
ตัวอย่างคำถาม
  • ความเห็นและไอเดียของฉันได้รับความสนใจในที่ทำงาน (At work, my opinions and ideas seem to count)
  • ฉันรู้สึกสนุกกับงานที่ได้รับในทุกๆ วัน (I truly enjoy my day-to-day work tasks)
ผลลัพธ์ของการประเมิน ร้อยละ 66 ของพนักงานที่ตอบแบบสำรวจ รู้สึกมีความสุขในการทำงาน
การดำเนินงานเพื่อพัฒนาความสุขในการทำงาน
  • โครงการส่งเสริมด้านวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งประกอบด้วยโครงการย่อย ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น โครงการ Cross Functional Initiatives การเปิดพื้นที่ให้พนักงานได้รวมกลุ่มทดลองทำงานในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในสายงาน เป็นต้น
  • โครงการ GC Holistic Wellbeing ที่ดูแลสุขภาพ กาย ใจ เงิน ของพนักงาน ร่วมถึง Flexible Benefit ที่เป็นการปรับให้สวัสดิการมีความยืดหยุ่นต่อความต้องการของช่วงวัยต่างๆ
มิติ ความเครียดในการทำงาน (Stress)
ตัวอย่างคำถาม
  • ความสมดุลระหว่างงานที่ได้รับมอบหมาย กับความมุ่งมั่นตั้งใจของฉันนั้น ลงตัวอย่างพอดีสำหรับฉัน (The balance between my work and personal commitments is right for me)
  • ความเครียดที่เกี่ยวข้องกับงาน ถือว่าสามารถบริหารจัดการได้สำหรับฉัน (My work related stress is manageable for me)
ผลลัพธ์ของการประเมิน ร้อยละ 71 ของพนักงานที่ตอบแบบสำรวจ รู้สึกว่าสามารถบริหารจัดการความเครียดในการทำงานได้
การดำเนินงานเพื่อป้องกันความเครียดในการทำงาน
  • โครงการสายด่วนสุขภาพใจเพื่อพนักงานและครอบครัว ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการความเครียดในที่ทำงาน โดยพนักงานจะได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทางด้านการให้คำปรึกษาในปัญหาต่าง ๆ เช่น ความท้อใจ ปัญหาในการทำงาน เป็นต้น
  • นโยบาย Flexible Working Hour สนับสนุนให้พนักงานสามารถมีความยืดหยุ่นในการเข้าทำงาน ตามความจำเป็น ส่งเสริม Work-Life Integration ให้พนักงานสามารถบริหารเวลาตัวเองให้ลงตัวมากขึ้น
  • โครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการประชุม (Effective Meeting) กิจกรรมส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ เพื่อให้การบริหารจัดการประชุมและการจัดสรรเวลาในการประชุมและการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผลการดำเนินการ (Performance Summary)

จากการดำเนินงานและประเมินผลฯ ข้างต้น ส่งผลให้ในปี 2568 พนักงานมีระดับความผูกพันองค์กรอยู่ที่ร้อยละ 76

ระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน

ผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย

ระดับความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร
สัดส่วนของพนักงานที่ตอบการประเมินฯ
ผลการดำเนินงาน เป้าหมาย
2568
2565 2566 2567 2568
ระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน (ร้อยละ) 65 65 77 76 80
สัดส่วนของพนักงานที่ตอบการประเมินฯ (ร้อยละ) 97 98 99 97

(ร้อยละ)