บริษัทฯ ได้นำผลการประเมินเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน มาพิจารณาในการคัดเลือกและดำเนินการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนเชิงลึก (Human Rights Impact Assessment) เพื่อศึกษาถึงระดับผลกระทบของประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เหลืออยู่ โดยมีการเก็บข้อมูลผ่านการสำรวจและการสัมภาษณ์กับผู้ถือครองสิทธิ์ (Right Holders)

ซึ่งเป็นบุคคลที่อาจได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ได้แก่ พนักงานบริษัทฯ คู่ค้าทางธุรกิจ ลูกค้า และชุมชนท้องถิ่น โดยผลที่ได้จากการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ทำให้บริษัทฯ เข้าใจในประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากกิจกรรมทางธุรกิจ และสามารถกำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบ รวมถึงการเยียวยาผู้ที่อาจได้รับผลกระทบอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและการลดผลกระทบ

จากผลการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ พบว่า ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่มีผลกระทบอยู่ในระดับต่ำถึงระดับปานกลาง ได้แก่ การมีส่วนร่วมของชุมชน เสรีภาพในการสมาคม สิทธิแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของลูกค้า ขณะที่มีประเด็นสำคัญด้านสิทธิมนุษยชน 3 ประเด็น มีผลกระทบอยู่ในระดับสูงและสูงมาก ได้แก่

  • สภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย
  • สุขภาพของชุมชน (มลพิษทางอากาศ การจัดการของเสียที่ไม่เหมาะสม และการกำจัดวัสดุอันตราย)
  • ความมั่นคงปลอดภัยของชุมขน (การเพิ่มจำนวนประชากรในชุมชน และแรงงานต่างชาติ)

เมื่อพิจารณามาตรการควบคุมความเสี่ยงและลดผลกระทบที่มีอยู่แล้ว พบว่า ระดับความเสี่ยงของประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ อยู่ในระดับต่ำถึงระดับปานกลาง ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน 2 ประเด็นที่ยังคงมีผลกระทบในระดับสูง บริษัทฯ จึงจัดทำมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน มาตรการเพิ่มเติม

สภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ปลอดภัย

  • จัดทำโครงการป้องกันต่าง ๆ เช่น โครงการเพื่อเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ (Zero Accident Program) เป็นต้น
  • จัดทำโครงการฝึกอบรมด้านสิทธิมนุษยชนและความปลอดภัยสำหรับพนักงาน เพื่อยกระดับความตระหนักและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยภายในองค์กร

สุขภาพของคนในชุมชน จากมลพิษทางอากาศ และการจัดการของเสียที่ไม่มีประสิทธิภาพ

  • จัดทำแนวทางในการลดการปล่อยมลพิษ
  • การสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องกับชุมชนท้องถิ่นที่อาจได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากมลพิษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในชุมชน

การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินงานของบริษัทฯ

บริษัทฯ จัดเตรียมมาตรการเยียวยาผู้ที่อาจได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งในรูปแบบความช่วยเหลือที่เป็นตัวเงิน และที่ไม่เป็นตัวเงิน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยพิจารณาถึงระดับผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นรายกรณี ตัวอย่างโครงการเยียวยา เช่น

จากเหตุกาณ์น้ำมันดิบรั่วไหลปริมาณ 50,000 ลิตร จากท่อรับน้ำมันดิบที่บริเวณชายฝั่งของอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2556 บริษัทฯ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งในระยะเร่งด่วน และระยะยาว ดังนี้

การแก้ไขระยะเร่งด่วน

บริษัทฯ ดำเนินการเก็บคราบน้ำมันให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน หลังเกิดเหตุการณ์ และให้ความช่วยเหลือเยียวยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นจำนวน 11,500 ราย เป็นจำนวนเงิน 514 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ดำเนินการชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบตามข้อเรียกร้องทางกฎหมายอย่างต่อเนื่องมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

การแก้ไขระยะยาว

บริษัทฯ จัดทำโครงการร่วมกับชุมชนและภาครัฐหลายโครงการ เพื่อฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ที่ได้รับผลกระทบ ชุมชนโดยรอบ และสภาพแวดล้อมในพื้นที่ เช่น โครงการ Upcycling the Oceans, Thailand และโครงการสายใยซั้งเชือก GC สร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ เป็นต้น นอกจานี้ บริษัทฯ ยังจัดซ้อมแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง

การติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ มีกระบวนการติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำ โดยกำหนดเป้าหมายและดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators: KPIs) ด้านสิทธิมนุษยชนให้กับหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีการตรวจประเมินด้านสิทธิมนุษยชนจากหน่วยงานภายนอก รวมทั้งกำหนดให้คู่ค้าทางธุรกิจมีการตรวจประเมินผลการดำเนินงานของตนเอง ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านแรงงานและด้านสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดเตรียมช่องทางรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากพนักงานและบุคคลภายนอก เพื่อนำความคิดเห็นมาทบทวนแก้ไข ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจจะนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน

กระบวนการติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ

การสร้างความตระหนักด้านสิทธิมนุษยชน

ผู้บริหารและพนักงานทุกคนในกลุ่มบริษัทฯ และคู่ธุรกิจ ต้องผ่านการฝึกอบรมเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้เข้าใจถึงสิทธิมนุษยชนพื้นฐานที่ตนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานพึงได้รับ รวมถึงร่วมกันป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ให้เกิดขึ้นตลอดการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดทำระบบการฝึกอบรมด้านสิทธิมนุษยชน หรือ E-learning เพื่อให้พนักงานทุกคนได้รับความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน

อีกทั้ง บริษัทฯ ยังสื่อสารและให้ความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนแก่คู่ค้าในการประชุมคู่ค้าประจำปี (Annual Supplier Conference) เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าของบริษัทฯ มีความตระหนักรู้ เอาใจใส่ และเฝ้าระวังเรื่องสิทธิมนุษยชนภายในองค์กร เช่น สิทธิในการมีความปลอดภัยในการทำงาน และสิทธิในการเข้าร่วมสหภาพแรงงานหรือคณะกรรมการสวัสดิการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากคู่ค้า