บริษัทฯ ได้ลงทุนอย่างต่อเนื่องในการวิจัยและพัฒนา เพื่อริเริ่มสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจ และรับมือกับวิกฤตการณ์ COVID19 ได้อย่างทันถ่วงที นอกจากนี้บริษัทฯ ได้นำข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะของลูกค้าจากระบบ Customer Relationship Management: CRM

เพื่อทำความเข้าใจต่อความต้องการของลูกค้าในเชิงลึก (Voice of Customer: VoC) และนำข้อมูลที่ได้รับมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้อย่างแตกต่างและตรงต่อความต้องการ (Pain Point) พร้อมทั้งส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้บริโภค ภายใต้แนวคิดเคมีที่เข้าถึงทุกความสุข ตัวอย่างของการพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมในปัจจุบัน

เม็ดพลาสติกชีวภาพทนความร้อนสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร

เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้ต่อยอดการพัฒนาพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ในสภาวะที่เหมาะสมตามธรรมชาติ ชนิด Polylactic Acid (PLA) นอกจากนี้บริษัทฯ มีแผนต่อยอดฐานตลาดกลุ่ม Bioplastic ซึ่งในปัจจุบันบริษัทฯ ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตในเครือสหพัฒน์ฯ เพื่อผลิตช้อนส้อมจากพลาสติกชีวภาพ และจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของ B-Leaf ทั้งนี้บริษัทฯ สามารถสร้งรายได้จากโครงการนี้กว่า 18 ล้านบาทต่อปี

เม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับชิ้นส่วนยานยนต์

บริษัทฯ พัฒนาเม็ดพลาสติกคอมพาวด์สำหรับชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งผ่านการทดสอบความสามารถในการทนต่อสภาวะแวดล้อมและมาตรฐานตามข้อกำหนดของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังร่วมกับลูกค้ากำหนดสภาวะการขึ้นรูปในการผลิตผลิตภัณฑ์ โดยในปี 2563 บริษัท โซลูชั่น ครีเอชั่น จำกัด ได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์นี้ในเชิงพาณิชย์ภายใต้แบรนด์ "PlastMate" เป็นปีที่ 2 หลังจากที่เข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นครั้งแรกในปีที่แล้ว ทั้งนี้โครงการนี้สามารถสร้างรายได้ให้บริษัทฯ กว่า 24 ล้านบาท

เม็ดพลาสติกสำหรับการขึ้นเส้นใยด้วยเครื่องจักรความเร็วสูง

บริษัทฯ พัฒนาปรับปรุงคุณสมบัติของเม็ดพลาสติกให้สอดรับกับเครื่องจักรขึ้นเส้นใย Monofilament แบบความเร็วสูงของลูกค้า พร้อมทั้งเพิ่มคุณสมบัติของเม็ดพลาสติกให้สามารถขึ้นเส้นใยที่มีความเหนียวและความแข็งแรงมากกว่าเดิม ทำให้ลูกค้าลดต้นทุนและลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าโครงการนี้จะสร้างรายได้ให้บริษัทฯ ประมาณ 900 ล้านบาท อีกทั้งยังสามารถขยายตลาดไปสู่ลูกค้ารายอื่น ๆ

โครงการผลิตภัณฑ์พลาสติกคอมโพสิทข้ออ้อย

จากความคาดหวังของบริษัทฯ ในการขยายตลาดไปสู่อุตสาหกรรมก่อสร้างซึ่งประกอบไปด้วย โครงสร้างพื้นของท่าเรือ อาคารสถานที่ราชการ อาคารของเอกชน และธุรกิจบ้านจัดสรร ในปี 2566 บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่อุตสาหกรรมก่อสร้าง ในรูปแบบพลาสติกคอมโพสิทข้ออ้อย (Composite Rebar) ซึ่งมีความคุณสมบัติที่สามารถ รับแรงดึง แรงยึดเกาะ น้ำหนักเบา ไม่นำไฟฟ้า ไม่เป็นสนิม ทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมี และสามารถตัดได้โดยไม่เกิดประกายไฟ โดยในปี 2563 ซึ่งโครงการนี้นับว่าเป็นก้าวแรกของบริษัทฯ ในด้านเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง ทั้งนี้บริษัทฯ คาดว่าจะมีรายได้ในการขาย Epoxy Formulation ประมาณ 1.3 ล้านบาท

เม็ดพลาสติกชีวภาพเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ

บริษัทฯ สนับสนุนการรณรงค์ลดการใช้พลาสติกตามนโยบายของประเทศไทย โดยพัฒนาพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้สำหรับผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานและมีราคาย่อมเยา โดยมีราคาที่ต่ำกว่าพลาสติกชีวภาพที่นำเข้าจากต่างประเทศถึงร้อยละ 15 ทั้งนี้ ซูเปอร์มาร์เกตชั้นนำหลายแห่งได้ให้การตอบรับที่ดีและได้นำผลิตภัณฑ์นี้ไปใช้ทดแทนถุงพลาสติกแบบเดิมแล้ว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนาปรับปรุงคุณสมบัติของเม็ดพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ ให้มีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นและทนต่อแรงกระแทก เพื่อนำไปผลิตเป็นด้ามแปรงสีฟัน ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้บริโภค

อีกทั้ง บริษัทฯ ยังมีผลิตภัณฑ์กระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพ BioPBS อื่น ๆ เช่น ฟิล์มคลุมดิน บรรจุภัณฑ์ฟิล์มสำหรับบรรจุอาหาร ถุงย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ อุปกรณ์บนโต๊ะอาหารที่ใช้ทดแทนโฟม เป็นต้น โดยในปีที่ผ่านมา มียอดขายผลิตภัณฑ์จากพลาสติกชีวภาพ BioPBS ทั้งสิ้น 9,922 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,223 ล้านบาท