โครงการลดก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ จัดทำโครงการต่างๆ ที่สามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ขอบเขต 1 และ 2) เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตามกลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
โดยมุ่งเน้นที่การขับเคลื่อนสองด้านดังนี้
- Efficiency-driven: การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยการนำเทคโนโลยีที่ช่วยการลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาใช้ในกระบวนการผลิต พร้อมทั้งเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานคาร์บอนต่ำ
- Compensation-driven: การกักเก็บและชดเชยคาร์บอนเพื่อบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกส่วนที่เหลือจากกระบวนการผลิตและการดำเนินธุรกิจ ด้วยการพัฒนาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) ควบคู่กับการชดเชยผ่านการดูดซับคาร์บอนด้วยวิธีธรรมชาติ (Nature-based Solutions)
การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Efficiency-Driven)
บริษัทฯ นำเทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้พลังงานและลดการ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนหรือพลังงาน คาร์บอนต่ำ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิต ทั้งนี้ ทุกโรงงานได้มีการดำเนินการด้านการจัดการพลังงานสอดคล้องตามมาตรฐาน ISO50001:2018 และมีการ ดำเนินโครงการสำคัญ เช่น การนำความร้อนกลับมาใช้ ใหม่ การปรับปรุงประสิทธิภาพคอมเพรสเซอร์ และ โครงการก๊าซชีวภาพ (Biogas)
ภาพรวมผลการดำเนินงานการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
| จำนวนโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ดำเนินการแล้ว | 441 โครงการ |
| ลดการใช้พลังงานสะสม (จิกะจูลต่อปี*) | 4,694,674 |
| การเปลี่ยนมาใช้พลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ (เมกะวัตต์ชั่วโมง) | 14,724 MWh |
| ลดค่าใช้จ่าย (ล้านบาท*) | 1,540 |
| ปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ขอบเขต 1 และ 2) (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า*) | 469,228 |
หมายเหตุ:
* การดำเนินงานในปี 2568 ของโครงการทั้งหมดที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2565
โครงการอนุรักษ์พลังงาน (Energy Conservation Projects)
บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงาน ทั้งสิ้น 129 โครงการ ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตผ่านการใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยี และสร้างจิตสำนึกให้กับพนักงานเพื่อร่วมอนุรักษ์การใช้พลังงาน
ภาพรวมผลการดำเนินโครงการอนุรักษ์พลังงานในปี 2568
| เงินลงทุน (ล้านบาท) | 1,120 |
| ลดการใช้พลังงาน (ล้านจิกะจูลต่อปี*) | 1.60 |
| ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี**) | 86,386 |
| ลดค่าใช้จ่าย (ล้านบาทต่อปี*) | 396 |
| เทียบเท่าการปลูก ต้นไม้ใหญ่ (ล้านตันต่อปี***) | 9 |
หมายเหตุ:
* ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิต่อปี
** ประมาณการปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงการ โดยอ้างอิงตามแผนธุรกิจของบริษัทฯ
*** อ้างอิงข้อมูลค่าศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ในกลุ่มพรรณไม้ป่า ที่ 0.95 tCO2/ไร่/ปี โดยมีความหนาแน่น 100 ต้น/ไร่ ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซ (Gas Turbine Generator’s Advance Gas Path (AGP) Improvement)

บริษัทฯ ติดตั้ง Advanced Gas Path (AGP) ที่เครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซ (Gas Turbine Generator: GTG) ในพื้นที่โรงงานระบบสาธารณูปโภค (Utility Plant) เพื่อลดการใช้พลังงานของเครื่องผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซ ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงาน และลดค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
| เงินลงทุน (ล้านบาท) | 71 |
| ลดการใช้พลังงาน (จิกะจูลต่อปี*) | 189,686 |
| ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี**) | 10,697 |
| ลดค่าใช้จ่าย (ล้านบาทต่อปี*) | 64.4 |
| เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่ (ล้านต้นต่อปี***) | 1.1 |
หมายเหตุ:
* ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิต่อปี
** ประมาณการปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงการ โดยอ้างอิงตามแผนธุรกิจของบริษัทฯ
*** อ้างอิงข้อมูลค่าศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ในกลุ่มพรรณไม้ป่า ที่ 0.95 tCO2/ไร่/ปี โดยมีความหนาแน่น 100 ต้น/ไร่ ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพหม้อต้มไอน้ำ (Boiler Efficiency Improvement )

บริษัทฯ ปรับปรุงประสิทธิภาพหม้อต้มไอน้ำในพื้นที่โรงงานระบบสาธารณูปโภค (Utility Plant) โดยการ เคลือบเซรามิค (Ceramic coating) บริเวณท่อแลกเปลี่ยนความร้อนภายในหม้อต้มไอน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับความร้อน (Adsorption) และลดการใช้พลังงาน รวมถึงลดค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
| เงินลงทุน (ล้านบาท) | 3.6 |
| ลดการใช้พลังงาน (จิกะจูลต่อปี*) | 9,875 |
| ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี**) | 554 |
| ลดค่าใช้จ่าย (ล้านบาทต่อปี*) | 1.5 |
| เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่ (ล้านต้นต่อปี***) | 0.06 |
หมายเหตุ:
*ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิต่อปี
** ประมาณการปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงการ โดยอ้างอิงตามแผนธุรกิจของบริษัทฯ
*** อ้างอิงข้อมูลค่าศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ในกลุ่มพรรณไม้ป่า ที่ 0.95 tCO2/ไร่/ปี โดยมีความหนาแน่น 100 ต้น/ไร่ ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพหอกลั่น (Distillation Column Improvement)

บริษัทฯ ปรับปรุงประสิทธิภาพหอกลั่น ในพื้นที่โรงงานอะโรเมติกส์ 2 โดยการปรับลดอัตราการไหลย้อนกลับ (Reflux) ภายในหอกลั่น เพื่อลดการใช้พลังงาน ควบคู่ไปกับการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด (Product Specification)
| ลดการใช้พลังงาน (จิกะจูลต่อปี*) | 73,200 |
| ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี**) | 3,554 |
| ลดค่าใช้จ่าย (ล้านบาทต่อปี*) | 19.6 |
| เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่ (ล้านต้นต่อปี***) | 0.4 |
หมายเหตุ:
* ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิต่อปี
** ประมาณการปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงการ โดยอ้างอิงตามแผนธุรกิจของบริษัทฯ
*** อ้างอิงข้อมูลค่าศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ในกลุ่มพรรณไม้ป่า ที่ 0.95 tCO2/ไร่/ปี โดยมีความหนาแน่น 100 ต้น/ไร่ ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
โครงการพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy)

เพื่อขับเคลื่อนโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมสอดรับกับแนวทางของบริษัทฯ ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero บริษัทฯ จึงติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งแบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) และระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบลอยน้ำ (Floating Solar) เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ขยายการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงาน แสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา 1.2 เมกะวัตต์ ในพื้นที่โรงงานอะโรเมติกส์ 2 และแบบลอยน้ำ 0.6 เมกะวัตต์ ในพื้นที่ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งจินตนาการ ไร้ขอบเขต (InnoPlus Solution Center) พร้อมร่วมมือกับ พันธมิตร จัดทำโครงการผลิตแผงผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตยแบบโซลาร์ลอยน้ำจำนวนรวม 8 เมกะวัตต์ เพื่อผลิตไฟฟ้าให้แก่บริษัทในนิคมอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง โดยใช้เม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) แบรนด์ InnoPlus ในการขึ้นรูปผลิตทุ่นลอยน้ำ SUNTARA™ ที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ
| ผลิตพลังงานได้ (เมกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี*) | 2,848 |
| ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี**) | 1,309 |
| ลดค่าใช้จ่าย (ล้านบาทต่อปี*) | 4 |
| เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่ (ล้านต้นต่อปี***) | 0.1 |
หมายเหตุ:
* ศักยภาพการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิต่อปี
** ประมาณการปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงการ โดยอ้างอิงตามแผนธุรกิจของบริษัทฯ
*** อ้างอิงข้อมูลค่าศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ในกลุ่มพรรณไม้ป่า ที่ 0.95 tCO2/ไร่/ปี โดยมีความหนาแน่น 100 ต้น/ไร่ ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
โครงการใช้พลังงานจากก๊าซชีวภาพ (Biogas)

บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ลงนามในการสัญญาซื้อก๊าซชีวภาพจาก บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอพาวเวอร์ จำกัด (TEBP) โดยมีปริมาณรวมของก๊าซชีวภาพในเบื้องต้นสูงสุด 34,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มาใช้ทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลในหม้อต้มไอน้ำและหม้อต้มน้ำมันร้อน ในพื้นที่ปฏิบัติงาน GGC2 ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต และลดค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ ได้อย่างต่อเนื่อง
| เงินลงทุน (ล้านบาท) | 70 |
| ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี*) | 23,677 |
| เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่ (ล้านต้นต่อปี***) | 2.2 |
Remark:
* ประมาณการปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากโครงการ โดยอ้างอิงตามแผนธุรกิจของบริษัทฯ
** อ้างอิงข้อมูลค่าศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ในกลุ่มพรรณไม้ป่า ที่ 0.95 tCO2/ไร่/ปี โดยมีความหนาแน่น 100 ต้น/ไร่ ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
โครงการศึกษาการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS) ร่วมกับกลุ่ม ปตท.
บริษัทฯ ร่วมกับกลุ่ม ปตท. ดำเนินการศึกษาโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย (Eastern Thailand Carbon Capture and Storage Hub: CCS Hub) โดยคาดการณ์ว่าโครงการฯ จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในปี 2577 และได้จัดทำรายงานการศึกษาโครงการ (White Paper) นำเสนอต่อภาครัฐ ในนามของกลุ่ม ปตท. ผ่านคณะอนุกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจกจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อการดักจับ การใช้ประโยชน์และกักเก็บคาร์บอนของประเทศ ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ และนำเสนอต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ดำเนินการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรับทราบและมีมติเห็นชอบในหลักการการขับเคลื่อนมาตรการลดก๊าซเรือนกระจก ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การดักจับและการกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture and Storage: CCS) และมอบหมายหน่วยงานกำกับดูแลและประสานงาน รวมถึงศึกษายืนยันถึงความเหมาะสมของพื้นที่เป้าหมายสำคัญบริเวณอ่าวไทยตอนบน และเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายและกฎระเบียบรองรับ เพื่อวางรากฐานการเปลี่ยนผ่านประเทศสู่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในระยะยาว สอดคล้องกับพันธกรณีตามเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC) ของประเทศไทย
ปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการศึกษาเทคโนโลยีทางเลือกใหม่ ๆ สำหรับใช้ดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Alternative Emerging Carbon Capture Technology) เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินการ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้และศักยภาพของเทคโนโลยี
โครงการจัดทำกรอบการทำงานสำหรับการเปลี่ยนผ่านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของอุตสาหกรรม (Framework for Industry’s Net-Zero Transition) และผลักดันโครงการการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) ภายใต้เป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC 3.0)
บริษัทฯ ร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTIPC) นำเสนอแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศไทย ผ่านโครงการจัดทำกรอบการทำงานสำหรับการเปลี่ยนผ่านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของอุตสาหกรรม (Framework for Industry’s Net-Zero Transition) ของ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Cooperation and Development: OECD) เพื่อประเมินความสำคัญของโครงการการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) ต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศไทย ซึ่งได้มีการสรุปผลการประเมินเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง และจะรวบรวมผลไว้ในรายงานตอนสิ้นสุดโครงการ เพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนี้ บริษัทฯ และกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTIPC) ได้เข้าร่วมให้ความเห็น เพื่อหารือถึงเป้าหมายและแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) สำหรับภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU Sector) รวมถึงมาตรการสนับสนุน (Incentive) เพื่อให้สามารถสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศได้ ซึ่งจากผลการหารือ ทำให้ทางกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) เล็งเห็นถึงความสำคัญของโครงการเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) และได้บรรจุไว้เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้แผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) สำหรับภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU Sector) ภายใต้เป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC 3.0) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการขับเคลื่อนต่อได้ในอนาคต

โครงการการดูดซับคาร์บอนด้วยวิธีธรรมชาติ (Nature-Based Solutions)
บริษัทฯ ดำเนินการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ร่วมกับภาครัฐ เอกชน และชุมชน โดยตั้งเป้าชดเชยคาร์บอน 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2593 ผ่าน 3 แนวทาง คือ 1) โครงการปลูกป่า ทั้งประเภทป่าบกและป่าชายเลน 2) โครงการดูแลรักษาป่า และ 3) การซื้อคาร์บอนเครดิตประเภทการกักเก็บ (Removal Carbon Credit) ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว สามารถช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ทั้งพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และระบบนิเวศ รวมถึง สร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนผ่านการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการปลูก ดูแล รักษา และฟื้นฟูป่าในพื้นที่ที่ดำเนินโครงการ
| โครงการ | รายละเอียดการดำเนินงาน | พื้นที่โครงการ (ไร่) | คาดการณ์ปริมาณการดูดซับคาร์บอน (ตันคาร์บอนไดออกไซด์/ปี) | จำนวนต้นไม้ที่ปลูก (ต้น) |
|---|---|---|---|---|
| โครงการปลูกป่า | ||||
| โครงการปลูกป่าชายเลน | ร่วมกับชุมชนในจังหวัดระยอง ปลูก ฟื้นฟู และเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน พร้อมขยายโครงการสู่จังหวัดจันทบุรี ตราด เพชรบุรี และกระบี่ ซึ่งอยู่ระหว่างการปลูกและขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER เพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและเศรษฐกิจชุมชน | 3,612 | 5,3481 | 1,997,000 |
| โครงการป่านิเวศระยองวนารมย์ | พัฒนาพื้นที่ต้นแบบป่านิเวศ (Eco Forest) ภายในนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จังหวัดระยอง เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพันธุ์ไม้และระบบนิเวศ พร้อมส่งเสริมการปลูกอย่างยั่งยืน | 83 | 5451 | 251,000 |
| โครงการปลูกต้นไม้ “ยิ่งปลูกยิ่งดี” GC x กทม. | ร่วมกับกรุงเทพมหานครและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ปลูกต้นไม้ในพื้นที่กองขยะเก่า ณ ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช เพื่อฟื้นฟูเป็นพื้นที่สีเขียวและพัฒนาเป็นต้นแบบการปลูกป่าเพื่อคาร์บอนเครดิต | 55 | 1651 | 45,000 |
| โครงการปลูกป่าในพื้นที่สำนักงานระยอง GC Chemical Experience Campus | ผู้บริหารและพนักงานในพื้นที่สำนักงานระยอง (GC Chemical Experience Campus) ต่างมีส่วนร่วมในการปลูกป่า ช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) | 11 | 161 | 4.640 |
| โครงการดูแลรักษาป่า | ||||
| โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน | ร่วมกับโครงการกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อจัดการทรัพยากรธรรมชาติ พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน และส่งเสริมชุมชนในการรักษาและเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าชุมชน | 15,000 | ~4,500-7,5002 | - |
| โครงการฟื้นป่ารักษ์น้ำเขาห้วยมะหาด | ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) และชมรมคนรักษ์ป่าชากลูกหญ้า-ห้วยมะหาด ฟื้นฟูและบำรุงรักษาระบบนิเวศป่าต้นน้ำบนเขาห้วยมะหาด จังหวัดระยอง | ~2,500 | 32,8073 (ปี 2556-2561) | - |
| การซื้อคาร์บอนเครดิต | ||||
| การซื้อคาร์บอนเครดิตประเภทกักเก็บ (Removal Carbon Credit)จากบริษัท จีซี เอสเตท จำกัด (GC Estate) | ดำเนินการซื้อคาร์บอนเครดิตเพิ่มเติม จากบริษัท จีซี เอสเตท จำกัด (GC Estate) เพื่อเป็นคาร์บอนเครดิตสำรอง (Inventory) ตามแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization Roadmap) ของบริษัทฯ | - | 3,232 | - |
หมายเหตุ:
1 อ้างอิงแนวทางการประเมินการกักเก็บคาร์บอนของป่าชายเลนและป่าบก โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
2 ค่าศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์
3 คำนวณจากพื้นที่ 600 ไร่ (จากพื้นที่ทั้งหมด >2,500 ไร่) และการคำนวณคาร์บอนไดออกไซด์ปี 2556-2561 ทั้งนี้ ได้รับการรับรองเป็นโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme: LESS) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
จากการดำเนินงานผ่านโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่หลากหลายส่งผลให้บริษัทฯ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมได้ดังนี้
การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสม 2565 - 2568
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อสนับสนุนแผนการเปลี่ยนผ่าน
การมีส่วนร่วมกับห่วงโซ่คุณค่า (ลูกค้า)
บริษัทฯ ได้ดำเนินการมีส่วนร่วมกับลูกค้ารายสำคัญ ซึ่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของลูกค้าเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 (Scope 3) ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า (ปลายน้ำ) กล่าวคือ กลุ่มลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลหลังการบริโภค (Post-Consumer Recycled: PCR) ของบริษัทฯ โดยลูกค้ากลุ่มนี้ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ของบริษัทฯ ใน Category 10 และ Category 11 ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมดังกล่าวมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสองกลุ่ม ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแนวโน้มการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) รวมถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ร่วมกัน บริษัทฯ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ด้วยการพัฒนาพาเลท (Pallet) จากพลาสติกรีไซเคิลหลังการบริโภคชนิด HDPE (PCR HDPE) ที่ได้จากถุงพลาสติกใช้แล้วในครัวเรือน ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 0.18 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อพาเลท ความสำเร็จในการนำพาเลทหมุนเวียนเหล่านี้มาใช้งานจริง ถือเป็นก้าวสำคัญที่เป็นรูปธรรมสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก และสนับสนุนการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งความพยายามเหล่านี้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 สำหรับ Category 11 บริษัทฯ และลูกค้ามีแผนเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ได้แก่ ไบโอดีเซล (Methyl Ester: B100) และเอทานอล ในกระบวนการผลิตของลูกค้า
การมีส่วนร่วมกับภาครัฐ ภาคสาธารณะ หรือภาคประชาสังคม
บริษัทฯ ในฐานะสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ทำงานร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการนำร่องระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Trading Scheme: Thailand V-ETS) อันจะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions: NDCs) ภายใต้ความตกลงปารีส โดยบริษัทฯ ให้ข้อมูลด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและองค์ความรู้เฉพาะภาคอุตสาหกรรม สำหรับโครงการนำร่อง Thailand V-ETS ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้ทดสอบนำร่องในโรงงาน 15 แห่ง โดยมีการพัฒนาระบบการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ (Measurement, Reporting and Verification: MRV) โดยอ้างอิงตามมาตรฐาน ISO นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) และร่วมจัดทำรายงานการศึกษา (White Paper) เรื่อง "การกำหนดราคาคาร์บอน" (Carbon Pricing) เพื่อผลักดันกลไกการกำหนดราคาคาร์บอนในทุกภาคส่วน บริษัทฯ ได้เข้าร่วมหารือเชิงรุกกับภาครัฐในประเด็นนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อผลักดันโครงการและแนวคิดริเริ่มที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประเทศไทย สอดคล้องกับเป้าหมาย NDC ของประเทศไทยและความตกลงปารีส อาทิ การหารือเพื่อขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG) ซึ่งมุ่งเน้นประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและความหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรมชีวเคมี รวมถึงโครงการด้านการกำหนดราคาคาร์บอน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำกลไกราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Price) มาใช้เป็นเครื่องมือประเมินผลกระทบของโครงการทางธุรกิจจากการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตลอดจนขับเคลื่อนโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใหม่ ๆ ต่อไป
การประเมินผลกระทบทางสังคมจากแผนการเปลี่ยนผ่าน
บริษัทฯ ตระหนักดีว่าการเปลี่ยนผ่านด้านอุตสาหกรรมและสภาพภูมิอากาศของบริษัทฯ รวมถึงการปรับเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจเศรษฐกิจหมุนเวียนและเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemical) ย่อมส่งผลกระทบทางสังคมโดยตรงต่อบุคลากรของบริษัทฯ ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการประเมินผลกระทบดังกล่าว และกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน เพื่อบรรเทาผลกระทบเชิงลบและสนับสนุนการปรับตัวของพนักงาน
แนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกัน
- โครงการพัฒนาทักษะหลัก 5 ด้าน (5 Key Capabilities Program) ปี 2568-2570: โครงการยกระดับทักษะ (Reskilling) ที่เริ่มดำเนินการในปี 2568 ครอบคลุมด้านดิจิทัล นวัตกรรม ความเข้าใจธุรกิจระดับสากล (Global Acumen) การขายและการตลาด และความยั่งยืน (รวมถึงความรู้ความเข้าใจด้านผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานและบรรเทาผลกระทบเชิงลบจากการเปลี่ยนผ่านด้านอุตสาหกรรมและสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ
- โครงการช่วยเหลือพนักงานที่เกษียณอายุและพ้นสภาพการเป็นพนักงาน (Transition Program for Retiring and Terminated Employees) และโครงการเส้นทางสู่การเกษียณอย่างมีความสุข (Happy Retirement Journey Program): การสนับสนุนอย่างเป็นระบบสำหรับพนักงานที่ต้องออกจากองค์กรอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงบทบาทงานที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่าน
- โครงการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัล (Digital Transition Program) และ dEX | SPARK (โครงการด้านวิทยาการข้อมูลและวิศวกรรม): การเสริมสร้างศักยภาพให้พนักงานที่ปรับเปลี่ยนไปสู่บทบาทงานที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและข้อมูล
- โครงการเร่งพัฒนาผู้นำ (Leadership Acceleration Program) และโครงการพัฒนาผู้นำ (Leadership Development Program): การพัฒนาศักยภาพเฉพาะกลุ่มสำหรับกลุ่ม Talent และผู้สืบทอดตำแหน่ง (Successor) เพื่อรักษาความต่อเนื่องด้านภาวะผู้นำตลอดช่วงการเปลี่ยนผ่าน
- PI-ChEPS (โครงการฝึกอบรมด้านการเพิ่มผลิตภาพและการสร้างสรรค์นวัตกรรม): การยกระดับทักษะเชิงเทคนิคบนพื้นฐานวิศวกรรมเคมีในทางปฏิบัติ เพื่อสนับสนุนพนักงานให้ปรับตัวเข้ากับข้อกำหนดด้านการดำเนินงานที่เปลี่ยนแปลงไป
- โครงการดังกล่าวครอบคลุมทั้งพนักงานประจำและพนักงานสัญญาจ้าง ขยายขอบเขตการคุ้มครองให้ครอบคลุมมากกว่าพนักงานประจำเพียงกลุ่มเดียว