ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน
การบริหารจัดการความเสี่ยง
ระดับผลกระทบ
Impact Materiality : สูงมาก
Financial Materiality : ปานกลาง
ผู้มีส่วนได้เสีย
ผู้ถือหุ้น
หุ้นส่วนทางธุรกิจ
ลูกค้า
นักลงทุน
ชุมชน
ภาครัฐ
พนักงาน
ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ผลกระทบ ห่วงโซ่อุปทานที่ก่อให้เกิดผลกระทบ
ผู้ถือหุ้น
  • เชิงลบ (Negative)
ผลิตภัณฑ์ และบริการ (Products/Services)
หุ้นส่วนทางธุรกิจ
  • เชิงบวก (Positive)
  • เชิงลบ (Negative)
กระบวนการผลิต (Operations) ผลิตภัณฑ์ และบริการ (Products/Services)
ลูกค้า
  • เชิงลบ (Negative)
ผลิตภัณฑ์ และบริการ (Products/Services)
นักลงทุน
  • เชิงบวก (Positive)
  • เชิงลบ (Negative)
กระบวนการผลิต (Operations)
ชุมชน
  • เชิงบวก (Positive)
  • เชิงลบ (Negative)
กระบวนการผลิต (Operations) ผลิตภัณฑ์ และบริการ (Products/Services)
ภาครัฐ
  • เชิงบวก (Positive)
  • เชิงลบ (Negative)
กระบวนการผลิต (Operations)
พนักงาน
  • เชิงบวก (Positive)
  • เชิงลบ (Negative)
กระบวนการผลิต (Operations)

SDGs Targets

6.6
8.2, 8.4
9.4, 9.5
12.1, 12.2, 12.5

เหตุผลและผลกระทบทางธุรกิจ (Business Case, Business Impact: Risk/ Cost / Revenue)

เหตุผลสำคัญที่ธุรกิจต้องให้ความสำคัญในการบริหารความเสี่ยง

การบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ช่วยให้บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์องค์กรที่กำหนดไว้ อีกทั้งยังสนับสนุนให้บริษัทฯ สามารถสร้างมูลค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว

เพื่อปกป้องภาพลักษณ์และชื่อเสียง
การบริหารความเสี่ยงเชิงรุกเป็นการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงบริษัทฯ
เพื่อเป็นพื้นฐานในการประกอบการตัดสินใจ
การบริหารความเสี่ยงช่วยให้บริษัทฯ สามารถตัดสินใจในการวางแผน และการกำหนดทิศทางในการดำเนินธุรกิจในอนาคตได้อย่างถูกต้อง
เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ
การระบุความเสี่ยงด้านการเงินที่สำคัญ รวมถึงการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดการความเสี่ยงนั้น ๆ ช่วยให้บริษัทฯ ลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจได้
เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ
การบริหารความเสี่ยง เป็นการลดความเสี่ยงได้อย่างรอบด้าน ทั้งในการดำเนินงานภายในบริษัทฯ และการดำเนินงานร่วมกับคู่ค้า ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ตามแผนงาน และลดความเสี่ยงของการสูญเสียกำไร
เพื่อยกระดับองค์กร
การบริหารความเสี่ยง ทำให้บริษัทฯ ลดโอกาสและผลกระทบจากปัจจัยความเสี่ยงได้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทฯ เติบโตและเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการ (Management Approach) GRI 3-3 (2021)

ปัจจุบัน การดำเนินธุรกิจมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากอดีต สาเหตุสำคัญมาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ (Geopolitics) ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงมาตรการภาครัฐและความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์ (Generative and Agentic AI) และเทคโนโลยีดิจิทัลยังสร้างทั้งโอกาสใหม่และความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต บริษัทฯ จึงมีการปรับตัวและดำเนินกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทฯ จึงได้ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบทั่วทั้งองค์กรพร้อมทั้งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนักและพัฒนาการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับผู้บริหารและพนักงานในทุกระดับ หลากหลายหลักสูตร ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่า บริษัทฯ จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามกลยุทธ์การดำเนินงานที่วางไว้

ความมุ่งมั่น (Commitment)

บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรอย่างเป็นระบบ โดยดำเนินการตามมาตรฐานสากล ซึ่งครอบคลุมทั้งการประเมิน การจัดการ และการติดตามผล ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยงใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต (Emerging Risks) อีกทั้งได้ปรับปรุงกรอบการบริหารความเสี่ยงและแผนดำเนินงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายสำคัญขององค์กรภายใต้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าองค์กรจะสามารถรับมือความท้าทายและบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

การบริหารจัดการความเสี่ยงและระบบการควบคุมภายใน (Risk Management and Internal Process) GRI 2-25

บริษัทฯ มีระบบการบริหารความเสี่ยงและวิกฤตการณ์ที่เหมาะสม อ้างอิงตามมาตรฐานสากลของ The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO) มาตรฐานสากลระดับนานาชาติ ISO 31000 รวมถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สำหรับบริษัทจดทะเบียนปี 2560 (CG Code 2017) และแนวทางต่อต้านการทุจริต

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดกรอบและแนวทางการบริหารความเสี่ยง รวมถึงการติดตามและประมวลผลอย่างเป็นระบบ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กร อีกทั้งบริษัทฯ ยังจัดให้มีระบบการติดตามปัจจัยภายในและภายนอก เพื่อค้นหาความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นในอนาคต

บริษัทฯ ได้เชื่อมโยงระบบบูรณาการบริหารจัดการความเสี่ยงระดับองค์กร กับนโยบาย กฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรฐานการปฏิบัติงานต่างๆ ของบริษัทฯ ครอบคลุมครบทั้งด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน (Risk Management and Internal Control) และการกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตาม กฎหมาย กฎ ระเบียบ (Compliance) หรือเรียกโดยย่อว่า GRC เพื่อการป้องกัน ลดโอกาส และบรรเทาผลกระทบจากปัจจัยความเสี่ยงครบถ้วนทั่วทั้งองค์กร รวมถึงมีการพัฒนา Risk Taxonomy เพื่อจัดชั้นความเสี่ยง และบูรณาการการบริหารจัดการความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ทั้งในระดับ Enterprise และ Operation ทำให้องค์กรสามารถบรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ และเป้าหมายหลักในด้านต่างๆ ได้

กลยุทธ์และการจัดการ (Business Strategies)

บริษัทฯ กำหนดนโยบายและกรอบในการบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อบริหารความเสี่ยงและวิกฤตการณ์อย่างรอบด้านให้สอดคล้องตามหลักมาตรฐานสากล และพัฒนาแผนการดำเนินงานเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงในองค์กร ดังนี้

  • บูรณาการบริหารความเสี่ยงครอบคลุมนโยบาย กฎหมาย และมาตรฐานการปฏิบัติงานต่าง ๆ ของบริษัทฯ ที่เรียกว่า GRC (Governance Risk & Internal Control and Compliance)
  • ติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก เพื่อระบุความเสี่ยง (Risk Identification) อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
  • ยกระดับวัฒนธรรมความเสี่ยงให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน สอดคล้องกับเป้าหมายการยกระดับความยั่งยืนขององค์กร
  • พัฒนาช่องทางการรับข้อร้องเรียนออนไลน์ (Whistleblower) และระบบฐานข้อมูลให้เชื่อมโยงข้อมูลความเสี่ยงในทุกระดับของบริษัทฯ

กระบวนการบริหารความเสี่ยง

กระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

1) การระบุและประเมินความเสี่ยง

บริษัทฯ ได้นำเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่หลากหลายมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ ประเมิน และกำหนดกรอบการบริหารจัดการความเสี่ยง อาทิ มีกระบวนการที่เหมาะสมในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก การกำหนดระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ และระดับความเบี่ยงเบนความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ การประเมิน และจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง โดยใช้แผนที่ความเสี่ยง (Risk Map)

ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และระดับความเบี่ยงเบนความเสี่ยง (Risk Appetite and Risk Tolerance Levels)

2) การบริหารจัดการความเสี่ยง

บริษัทฯ กำหนดผู้รับผิดชอบในการประเมินความเสี่ยง กำหนดแผนและมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และดัชนีชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicator: KRI) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการนำเครื่องมือการวิเคราะห์ความอ่อนไหว และเครื่องมือการทดสอบภาวะวิกฤตมาประยุกต์ใช้ เพื่อประเมินผลกระทบของความเสี่ยงภายใต้สถานการณ์ต่างๆ ครอบคลุมทั้งความเสี่ยงด้านการเงิน และความเสี่ยงอื่นที่อาจเกิดขึ้น และวางแผนมาตรการเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับ และยังมีกระบวนการติดตามสถานการณ์และแนวโน้มของปัจจัย ภายนอกอย่างต่อเนื่อง แบ่งออกเป็น 6 ด้าน อ้างอิงตาม PESTEL Analysis Framework

3) การติดตามและสอบทานความเสี่ยง

บริษัทฯ กำหนดให้มีการกำกับและติดตามการบริหารความเสี่ยงผ่านคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและคณะกรรมการตรวจสอบ ตลอดจนติดตามและรายงานผลการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับองค์กร กลุ่มธุรกิจ สายงานหน่วยงาน และบริษัทย่อย

กระบวนการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Process)

4) การตรวจประเมินการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ กำหนดให้มีการตรวจประเมินการบริหารความเสี่ยง โดยผู้ตรวจประเมินภายในและภายนอกเป็นประจำทุกปี ดังนี้

  1. การตรวจประเมินความเสี่ยงที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานโดยสายงานตรวจสอบภายใน พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับการควบคุมภายในให้กับฝ่ายบริหารรับทราบ และกำหนดให้มีการแก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ และรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำ
  2. ตรวจประเมินและติดตามประสิทธิภาพของเครื่องจักร/อุปกรณ์เป็นประจำทุกเดือน โดยปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจสอบอุปกรณ์ให้ได้ ร้อยละ 100
  3. ตรวจประเมินผลการบริหารจัดการด้านปฏิบัติการของผู้ให้บริการระบบสาธารณูปการ เพื่อประเมินความเสี่ยงและหาแนวทางบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงร่วมกัน
  4. ตรวจประเมินระบบการบริหารจัดการด้าน Operation Risk Management ผ่าน GC Management System (GCMS)
  5. การตรวจประเมินภายนอกจากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (MASCI)
  6. ดำเนินการสอบทานกระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ โดยสายงานตรวจสอบภายในผ่านการตรวจสอบขั้นตอนและแนวทางการระบุประเด็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงการกำหนดผู้รับผิดชอบ การจัดตั้งมาตรการจัดการความเสี่ยงที่ครอบคลุมทุกประเด็นความเสี่ยง ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  7. การตรวจประเมิน Risk Management Maturity โดยบริษัทที่ปรึกษาภายนอก

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ (Top Risk)

บริษัทฯ วิเคราะห์ปัจจัยความเสี่ยงสำคัญทั้งภายในและภายนอก โดยจัดประเภทความเสี่ยงระดับองค์กรเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ปัจจัยความเสี่ยงทางธุรกิจปกติ (Business as Usual Risk), ความเสี่ยงในการบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ (Strategic Risk) และความเสี่ยงที่เกิดใหม่ (Emerging Risk)

ปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน (Business as Usual Risk Factors)
  1. ปัจจัยความเสี่ยงด้านปฏิบัติการและความปลอดภัย (Operational and Safety)
  2. ปัจจัยความเสี่ยงด้านความผันผวนของตลาด (Market Volatility)
  3. ปัจจัยความเสี่ยงด้านภัยคุกคามไซเบอร์ (Cyber Threat)

สำหรับข้อมูลการบริหารจัดการปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ แบบ 56-1 One Report ปี 2568 หน้า 95-97

ปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ (Strategic Risk Factors)
  1. ปัจจัยความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของวัตถุดิบ (Sustainable Feedstock)
  2. ปัจจัยความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการด้านการเงินและการลงทุน (Financial and Investment Management)
  3. ปัจจัยความเสี่ยงด้านปัจจัยความเสี่ยงจากการปรับปรุงโครงสร้างทางธุรกิจ (Business Restructuring) และการด้อยค่าของสินทรัพย์ (Impairment)
  4. ปัจจัยความเสี่ยงด้านการมุ่งสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization Implementation)
  5. ปัจจัยความเสี่ยงด้านบุคลากรและองค์กร (People and Organization)

สำหรับรับข้อมูลการบริหารจัดการปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ แบบ 56-1 One Report ปี 2568 หน้า 98-102

ปัจจัยความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks)
  1. ความผันผวนของนโยบายทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ (Geopolitical & Geoeconomic Policy Volatility)
  2. การใช้Generative AI และ Agentic AI ในทางที่ไม่ถูกต้อง และธุรกิจปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัล (Misuse & Under-utilization of Generative & Agentic AI and Unable to Utilize Digital & AI Technology)
  3. การเปลี่ยนแปลงมาตรการภาครัฐส่งผลต่อความต้องการของผู้บริโภคและตลาดที่เปลี่ยนไป (Changes in regulatory affect consumer demand and shift market landscape)
  4. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดวิกฤติสิ่งแวดล้อม สังคมและเศรษฐกิจ (Climate Change Risk)

สำหรับข้อมูลการบริหารจัดการปัจจัยความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ แบบ 56-1 One Report ปี 2568 หน้า 102-105

การเฝ้าระวังความเสี่ยงใหม่

ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) ระดับความเบี่ยงเบนความเสี่ยง (Risk Tolerance)
ด้านยุทธศาสตร์ (Strategy)
รักษาอัตราผลตอบแทนของเงินลงทุน (Return on Investment Capital: ROIC) สูงกว่าอัตราค่าใช้จ่ายเงินลงทุนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted Average Cost of Capital: WACC) ในระยะยาว พร้อมลงทุนเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน รักษามาตรฐานความยั่งยืนระดับสากลในอุตสาหกรรมเคมี และดำเนินธุรกิจตามแผนสู่การลดคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 ตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย
  • ผลตอบแทนโครงการลงทุนของบริษัทฯ (IRR) ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำ (Hurdle Rate)
  • ผลตอบแทนโครงการลงทุนด้านนวัตกรรมโดยรวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า WACC ของบริษัทฯ
  • การลงทุนในโครงการ Corporate Venture Capital (CVC) ต้องไม่เกินงบประมาณที่ได้รับจากคณะกรรมการบริษัทฯ
  • รักษาตำแหน่งให้อยู่ใน 10 อันดับแรกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI)
  • ควบคุมการปล่อยคาร์บอนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
ด้านการดำเนินการทางธุรกิจ (Business)
ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งดำเนินการอย่างโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และป้องกันการทุจริตที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทฯ
  • ไม่มีกรณีที่ฝ่าฝืนหรือกระทำผิดกฎหมาย หรือไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบภายใน ที่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ
  • ไม่มีกรณี (Non-compliance) ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานที่สำคัญ
  • ไม่มีการทุจริตที่จะก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ ที่ทำให้บริษัทฯ มีการฟ้องร้องผู้กระทำผิด เป็นคดีทางแพ่งหรือทางอาญา
ด้านกระบวนการผลิต (Operation)
มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่มีคุณภาพและปลอดภัย สำหรับพนักงานและสังคม พร้อมใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพลังงานตามมาตรฐานสากล และรักษาความปลอดภัยด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อป้องกันผลกระทบต่อชื่อเสียงและการดำเนินงาน
  • ไม่เกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บจากการทำงานในกระบวนการผลิต (Process Safety Event: LOPC Tier 1)* ตามนิยามด้านความปลอดภัย
  • ไม่เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง ทรัพย์สิน และข้อมูลสำคัญของบริษัทฯ
ด้านการเงิน (Finance)
ดำเนินธุรกิจภายใต้นโยบายการเงินที่มีวินัยและคำนึงถึงผลตอบแทนของผู้มีส่วนได้เสีย โดยบริหารความเสี่ยงทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างสถานะการเงินที่แข็งแกร่งและรักษาความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ
  • รักษาระดับสภาพคล่อง (เงินสด) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • รักษาอัตราส่วนความสามารถในการครอบคลุมการชำระหนี้ (Debt Service Coverage Ratio: DSCR) ไม่น้อยกว่า 1.25 ตามนโยบายทางการเงินของบริษัทฯ
  • รักษาอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ไม่น้อยกว่าเกรดการลงทุน (Investment Grade)

หมายเหตุ

* ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของผู้บริหารองค์กร (Executive KPI and Compensation Metric)