14 พฤษภาคม 2564

ทำไมทำธุรกิจต้อง ‘ยั่งยืน’ หาเหตุผลความยั่งยืนที่จะเปลี่ยนอนาคตของเรา

แชร์:

คำว่า ‘ยั่งยืน’ หรือ ‘Sustainability’ เชื่อว่าหลายคนอาจเคยได้ยินได้ฟังบ่อยๆ แต่อาจยังไม่เข้าใจถึงความหมายที่แท้จริง และเหตุผลของการใช้คำคำนี้ แต่เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วงเวลาไม่กี่ปีมานี้ เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า โลกกำลังเผชิญกับปัญหารอบด้าน ทั้งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ปัญหาสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และการแข่งขันที่สูงมากๆ คำว่า ยั่งยืนจึงเป็นคำตอบที่สามารถคลี่คลายปัญหาได้เป็นอย่างดี

อธิบายให้ง่ายกว่านั้น ความยั่งยืนทางธุรกิจ หมายถึงการดำเนินการอะไรก็ตามที่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมาในอนาคต หรือมีการวางแผนระยะยาว ไม่ได้มุ่งแต่การสร้างผลกำไรเป็นหลัก แต่ยังมองไปถึงคนในเจเนอเรชันต่อๆ ไปด้วยนั่นเอง ซึ่งจุดเริ่มต้นจริงๆ ของคำคำนี้ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่ต้องย้อนไปถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรมในช่วงปี 1760 - 1850 เลยทีเดียว

เป้าหมายของการปฏิวัติดังกล่าว แม้จะมุ่งทำให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างหนักหน่วง โดยไม่ประเมินถึงผลระยะยาว เพื่อเปลี่ยนเป็นเครื่องอุปโภคบริโภคหรือข้าวของเครื่องใช้ให้กับเรา ก็ส่งผลกระทบต่อปัจจัยในการใช้ชีวิตด้านอื่นๆ เช่น เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงความเท่าเทียมในสังคม

ภาพที่เห็นชัดที่สุด คงหนีไม่พ้นช่วงปี 1900 - 2000 เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริกา ในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ มีการนำทรัพยากรมาใช้ในปริมาณที่สูงมากเกินกว่าธรรมชาติจะรับไหว จนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น ในเชิงเศรษฐศาสตร์ มีการผูกขาดตลาด เกิดการกระจายรายได้ไม่เท่าเทียม และเกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจแก่อีกหลายบริษัท เรียกว่าถ้าบริษัทไหนไม่ปรับตัวก็ไม่อาจอยู่รอดได้ในตลาด

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดแนวคิด การดำเนินธุรกิจอย่าง ‘ยั่งยืน’ หรือการสร้างการเติบโตอย่างสมดุลทั้งทางด้านเศรษฐกิจของบริษัท ความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อม และการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขในสังคม โดยไม่ได้หวังผลในระยะสั้น แต่เน้นผลระยะยาวในอนาคต โดยปัจจัยสำคัญในการไปสู่ความยั่งยืนคือ ‘นวัตกรรมและเทคโนโลยี’ ซึ่งถือเป็นหัวใจที่บริษัทในยุคใหม่ให้ความสำคัญ บวกกับการสร้างเครือข่าย และการกำหนดเป้าหมายร่วมกันที่ชัดเจน ทำให้เกิดการขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สร้างผลกระทบเชิงบวกในด้านอื่นๆ ได้อย่างชัดเจน

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC คือหนึ่งในผู้นำธุรกิจในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี มีความเชื่อและความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน เพราะความยั่งยืนเป็นการสร้างสมดุลและการเติบโตไปข้างหน้าร่วมกัน โดยขับเคลื่อนบนกรอบของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) พร้อมนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสภาพภูมิอากาศ น้ำ หรือแม้กระทั่งการจัดการขยะพลาสติก

โดย GC มีความเชื่อว่าการบริหารจัดการความยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างสมดุลใน 3 ประเด็น คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในทุกๆ กิจกรรมที่ดำเนินการ ทั้งความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต การให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ และที่สำคัญคือการการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับคนทั่วไปในการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า

ในวันนี้ GC ยกระดับการดำเนินงาน เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน โดยยึดกรอบการดำเนินงาน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

  1. Climate Actions: ยกระดับการขับเคลื่อนด้านการบริหารจัดการสภาพภูมิอากาศร่วมกับ Value-Chain Partners ซึ่งมีการกำหนดเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ลง 20% ภายในปี 2573 และยังได้ตั้งเป้าหมายที่มีความเข้มข้น ด้วยการตั้งเป้าในการลดการปล่อย GHG ต่อหน่วยการผลิตลง 52% ภายในปี 2593 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อน การบริหารจัดการสภาพภูมิอากาศตามแนวทาง Paris Agreement นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายขอบเขตการดำเนินงานของบริษัทฯ ออกสู่โซ่คุณค่าที่เกี่ยวข้อง (GHG Scope 3) ซึ่งเป้าหมายทั้งหมดนี้มีส่วนสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก (SDG 13 - Climate Action)
  2. Plastic Waste Management: ต่อยอด “YOUเทิร์น” แพลตฟอร์ม สู่การบริหารจัดการขยะแบบครบวงจรร่วมกับทุกภาคส่วน ล่าสุดได้ร่วมมือกับ OR ใน “โครงการพลาสติก (คืน) สุข” ซึ่งเกิดจากแนวคิดของ GC ที่ต้องการยกระดับการแก้ปัญหาการนำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบเพื่อนำมาผ่านกระบวนการรีไซเคิลหรืออัพไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าหรือนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง โดยมิต้องรบกวนทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มเติม ซึ่งจัดให้มีจุดรับ (Drop Point) ขยะพลาสติกตามสถานที่ต่าง ๆ โดยเริ่มจากพื้นที่ทดลองในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ในเขตกรุงเทพมหานคร และมีแผนจะขยายสู่สถานีอื่น ๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ GC ยังมีแผนที่จะขยายไปพร้อมกับพันธมิตรอีกมากมายในอนาคต
  3. New Circular Model: สร้างโมเดลต้นแบบที่ผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนควบคู่ไปกับบริบทของสังคมในปัจจุบัน เช่น การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรพัฒนาอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์ พัฒนาชุด Coverall ภายใต้แบรนด์ Greater Care by GC จากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล (rPET) 100% เป็นชุด PPE Level 2 ที่สามารถทำความสะอาดแล้วนำกลับมาใช้ซ้ำได้ถึง 20 ครั้ง หรือ โครงการฮาวทูแยก-แยกอย่างไรไม่ให้ติดเชื้อ ที่ GC เป็นผู้ริเริ่มประสานกับภาครัฐและพันธมิตร เพื่อส่งเสริมการคัดแยกและทิ้งขยะติดเชื้ออย่างถูกวิธีในหลายจังหวัด รวมถึงโครงการใช้ BioPackage ใน Food Delivery เพื่อเป็นทางเลือกในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการรักษามาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่งอาหาร เป็นต้น

ไม่ว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมจะเกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง แต่ GC ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ และเป็นพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน

#GC #ChemistryForBetterLiving #GCCircularLiving

Feature Stories

Feature Stories
28 มิถุนายน 2562
Circular Living Symposium 2019 งานสัมมนาปฏิวัติการใช้ทรัพยากรที่ปลุกพลังว่า Circular Living สามารถทำได้จริงและยั่งยืน
อ่านเพิ่มเติม
Feature Stories
15 พฤษภาคม 2562
รัก(ษ์)โลกเริ่มได้ด้วย 5Rs
อ่านเพิ่มเติม
Feature Stories
25 ธันวาคม 2560
การอนุรักษ์พลังงาน สำคัญไฉน?
อ่านเพิ่มเติม