22 เมษายน 2564

ทิ้งถูกที่แล้วไปไหน [A Day]

แชร์:

Highlights

  • ตามไปดู Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together งานสัมมนาเรื่อง Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียนที่จัดโดย PTT Global Chemical หรือ GC
  • เป้าหมายของปีนี้เน้นการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคพลาสติก-ลดการใช้พลาสติกที่ผลิตขึ้นมาใหม่และแคร์พลาสติกรีไซเคิลมากขึ้น

282 ล้านตันคือปริมาณขยะพลาสติกจากทั่วโลกรวมกัน มีเพียงแค่ 15% หรือราวๆ 43 ล้านตันเท่านั้นที่เข้าสู่กระบวนการที่นำกลับมาใช้อย่างสมศักดิ์ศรี ในสถิติเดียวกันนี้ยังบอกด้วยว่าจำนวนขยะที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเหมาะสมกลับมีมากถึง 24% ในเมื่อขยะไม่ได้ถูกฝังกลบหรือเผาอย่างถูกขั้นตอน คำถามคือพลาสติกที่ถูกตีค่าว่าไร้ประโยชน์เกือบ 70 ล้านตันกองนั้นถูกเก็บซ่อนไว้ตรงไหนบนโลกใบนี้กันแน่

หยุดตรงนี้ก่อน เราไม่ได้อยากจะใช้พื้นที่บทความนี้ประนามว่ามนุษย์ทุกคนมีส่วนผลักขยะกองนั้นไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่อย่างใต้ท้องทะเล หรือกล่าวโทษตัวเองว่าใช้พลาสติกกันเกินคำว่าพอดี เพราะอย่างน้อยในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งกลับกลายเป็นสิ่งที่เซฟตัวเราในหลายทาง ใกล้ตัวสุดก็น่าจะเป็นหน้ากากอนามัยที่ต้องใช้วันละชิ้น ซื้อกันทีละหลายโหล ไหนจะวิถีชีวิตที่ต้องพึ่งพาบริการฟู้ดเดลิเวอรี ยิ่งกับบุคลากรทางการแพทย์เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งนั้นยิ่งจำเป็นเกินกว่าที่คนนอกอย่างเราจะเข้าใจได้

สิ่งที่เรารวมทั้ง PTT Global Chemical หรือ GC ต้องการจะสื่อคือขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นจากการบริโภคของเราไม่ใช่ตัวร้ายอะไรเลย เพราะการใช้ทรัพยากรจะดีมากขึ้นกว่านี้ได้แน่ๆ ถ้าพวกเรารู้จักใช้พลาสติกอย่างถูกต้องตามคุณสมบัติของมัน

12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา GC จับมือกับ National Geographic จัดงาน Circular Living Symposium 2020: Tomorrow Together ขึ้นที่รอยัล พารากอนฮอล์ ปีนี้เป็นปีที่ 2 ของงานสัมมนาที่ต้องการผลักดันให้ Circular Economy หรือระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้เต็มประสิทธิภาพไปพร้อมๆ กับการคิดถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นจริงในบ้านเรา ซึ่งเป้าหมายของปีนี้ต่างจากการสร้างการตระหนักรู้ของปีก่อนตรงที่พวกเขาอยากให้คนธรรมดาผู้เป็น end user อย่างๆ เราลดการใช้พลาสติกที่ผลิตขึ้นมาใหม่และแคร์พลาสติกที่ใช้แล้วให้มากขึ้น

เพราะเมื่อเราทุกคนเปลี่ยน ก็แปลได้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะพลาสติกก็สามารถทำงานให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น รวมทั้งการทำให้เราเห็นความเป็นไปได้ว่าถ้าเศรษฐกิจหมุนเวียนนี้แข็งแรงสุดๆ ในประเทศเรา มันจะดีต่อคนหนึ่งคน ชุมชนหนึ่งชุมชน หรือดีกับประเทศทั้งประเทศยังไงบ้าง

แต่กว่าจะไปถึงตรงนั้นเราอาจจะต้องพึ่งพาแรงมหาศาลในการสร้างระบบนิเวศที่รองรับกิจกรรมต่างๆ พูดง่ายๆ คือต้องสร้างเส้นทางเดินของพลาสติกที่ยั่งยืน มีระบบที่เราสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงจากต้นทางสู่ปลายทาง หรือเปลี่ยนแล้วมีที่ทางให้ไปต่ออย่างไร และที่สำคัญ คนธรรมดาอย่างเรามีบทบาทสำคัญอยู่ที่ตรงไหนในระบบนิเวศนี้ สัมมนาครั้งนี้ได้รวบรวมคำตอบไว้ครบถ้วนที่สุดแล้ว

เศรษฐกิจหมุนเวียนที่จับต้องได้

เมื่อก้าวเข้าสู่ตัวงาน เราได้พบกับหลากนิทรรศการน่าสนใจที่เป็นเหมือนโชว์เคสผลลัพธ์ปลายทางที่จับต้องได้ ช่วยทำให้เราเข้าใจขั้นตอนและประโยชน์ของการใช้พลาสติกให้สมศักดิ์ศรีมากขึ้น

Plastic for Better Tomorrow: ผลิตภัณฑ์เพื่ออนาคต

ด่านแรกเป็นพื้นที่ ‘โชว์ของ’ ที่ช่วยให้ผู้เข้าชมงานเห็นถึงประโยชน์ของพลาสติกที่เหนือความคาดหมาย Plastic for Better Tomorrow เป็นโซนที่รวบรวมผลิตภัณฑ์จากเคมีภัณฑ์เพื่ออนาคต ที่เพิ่มนวัตกรรมทำให้มีประสิทธิภาพและมีความคงทนที่ GC จับมือทำร่วมกับบริษัทพาร์ตเนอร์ทั้งในและต่างประเทศ ตั้งแต่ของใช้ในร่มอย่างสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การแพทย์ เช่น ชุดป้องกันการติดเชื้อหรือตู้ลิ้นชักลดการสะสมของเชื้อโรค และของใช้นอกบ้านอย่างยานยนต์ พลาสติกสำหรับการก่อสร้างและการเกษตร เช่น พลาสติกคลุมโรงเรือนที่หยิบฟังก์ชั่นการกระจายแสงและคัดเลือกเฉพาะช่วงแสงที่ช่วยเสริมการเจริญเติบโตของพืช เป็นต้น ทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้บริโภคแบบเรามองเห็นทางเลือกในการใช้ชีวิตประจำวันให้สร้างสรรค์และเป็นมิตรกับโลกกับโลกมากกว่าเดิม

Recycle Garden: นวัตกรรมรีไซเคิลแห่งอนาคต

ถัดมาเป็นโซนที่เล่าถึงความพยายามในการนำพลาสติกรีไซเคิลกลับเข้าสู่ระบบของ GC โดยการก่อตั้ง ENVICCO โรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลประเภท rPET และ rHDPE ที่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 โรงงานแห่งนี้ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะช่วยให้เราแปรรูปพลาสติกได้อย่างไม่ต้องพึ่งมือคนอื่นหรือไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศอย่างที่เคยทำมาอีกต่อไป นอกจากนี้ Recycle Garden ยังพาเราไปรู้จักกับกระบวนการไพโรไลซิส (Pyrolysis) ที่เป็นกระบวนการรีไซเคิลทางเคมีที่นำขยะพลาสติกที่ปนเปื้อน ยากแก่การทำความสะอาดมารีไซเคิลเป็นน้ำมันที่นำกลับมาใช้ได้ใหม่ นับว่าเป็นการลดปริมาณขยะที่จะถูกฝังกลบในอนาคตได้เป็นอย่างดี

Waste Station: สาธิตระบบการจัดการขยะแบบครบวงจร

GC ยังได้จำลองระบบการจัดการขยะ ‘ต้นทาง-กลางทาง-ปลายทาง’ แบบบูรณาการครบวงจรมาไว้ที่ Waste Station อาทิ เทคโนโลยีเครื่องดักจับขยะในคลองสาธารณะ ตู้ You Turn ที่เป็นเหมือนจุดรับขยะเคลื่อนที่ที่อำนวยความสะดวกในการทิ้งและแยกขยะให้กับคนที่อยู่ตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อตอกย้ำว่า หากเราทุกคนจัดการพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้วอย่างถูกวิธี กระบวนการระหว่างทางและปลายทางอย่างการรีไซเคิลและอัพไซเคิลนั้นก็จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Bio Town: รู้จักโลกพลาสติกชีวภาพ

ตามด้วย Bio Town ที่ชวนเราเปิดโลกพลาสติกชีวภาพหรือ bioplastic เช่น บรรจุภัณฑ์ใส่อาหารทดแทนพลาสติก ถุงพลาสติกย่อยสลายได้ และผลิตภัณฑ์ทดแทนการใช้สารเคมีต่างๆ ที่ทีมหลังบ้านของ GC ค้นคว้าและพัฒนาจากวัตถุดิบต้นทางอย่างข้าวโพดและน้ำมันปาล์ม

ในโซนอธิบายวิธีการแปรรูปไว้อย่างละเอียดยิบ มีตัวอย่างการย่อยสลายของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ให้เราได้เห็นและเข้าใจแบบย่นย่อ แถมทีมงานยังใจดีบอกทริคการสังเกตว่าผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ ‘ของจริง’ นั้นจะต้องมีลักษณะทางกายภาพ (รูปและกลิ่น) อย่างไรบ้าง เช่น สังเกตสัญลักษณ์การันตี ‘100% compostable’ ซึ่งถ้าเป็น ‘biodegradable’ อาจหมายถึงแปรรูปได้บางส่วนแต่ไม่ทั้งหมด หรือหากเป็นถุงย่อยสลายได้ 100% จะมีกลิ่นคล้ายซีอิ๊ว ซึ่งเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่เกิดจากกระบวนการแปรรูปข้าวโพดนั่นเอง

Trashpresso: upcycling พลาสติกด้วยสองมือ

Trashpresso เป็นอีกบูทที่คึกคักสุดๆ เพราะที่บูทมีเครื่องเล่น upcycling ขยะพลาสติกที่ให้คนทั่วไปอย่างเราๆ ได้ลองด้วยตัวเอง เจ้าเครื่องจักรที่ชื่อ Trashpresso เกิดจากความร่วมมือระหว่าง GC และ Miniwiz บริษัทรีไซเคิลขยะจากไต้หวันที่เป็นผู้นำระดับโลกด้านการเพิ่มมูลค่าให้กับขยะพลาสติก ซึ่งวิธีการเล่นนั้นไม่ยากเลย แค่นำฝาขวดพลาสติก HDPE หลากสีเข้าเครื่องทำความสะอาด ตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ (flake) ผ่านความร้อนจนหลอมละลายเป็นของแข็งกึ่งเหลว ก่อนนำไปขึ้นรูปเป็นกระถางปลูกต้นไม้ใบจิ๋วที่เราสามารถเก็บกลับบ้านเป็นของที่ระลึกได้ และแน่นอนที่สุดว่าทุกคนที่มาเล่นสนุกต่างก็ได้รับความรู้เกี่ยวกับการรีไซเคิลพลาสติกติดตัวกลับไปด้วย

Circular Market: ตลาดสินค้ารักษ์โลก

และด่านสุดท้าย Circular Market คือด่านที่ปลุกความเป็นนักช้อปรักษ์โลกในตัวเรา พื้นที่ตรงนี้มีทั้งแบรนด์ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง Rereef แบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับชีวิตประจำวันที่แคร์สิ่งแวดล้อม, Moreloop แบรนด์ผ้าที่หยิบคำว่าเศรษฐกิจหมุนเวียนมานำทางธุรกิจ, เฟอร์นิเจอร์จากวัสดุรีไซเคิลจาก Modernform หรือคอลเลกชั่นผ้าม่านที่ผลิตจากขวด PET จากแบรนด์ Pasaya แม้จะมีช็อปไม่กี่ช็อป แต่ทั้งหมดนั้นก็พอจะทำให้เราเห็น ‘ความหลากหลาย’ ในแง่ทั้งผลิตภัณฑ์รีไซเคิลที่ออกมาและขนาดขององค์กรที่ take action เรื่องความยั่งยืนทางทรัพยากร แถมหลายๆ แบรนด์ในนี้ก็ได้รับการซัพพอร์ตเรื่องนวัตกรรมการผลิตสินค้าจาก GC ด้วย ถ้าสนใจข้อมูลนิทรรศการ สามารถเข้าไปติดตามแบบ Virtual ได้ที่ circularlivingsymposium2020-virtual.com/virtual

เสวนาจากผู้นำด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน

ถึงแม้ว่าปลายทางของการส่งเสริม Circular Living ของ GC นั้นจะพูดถึงการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศไทยให้เหลือตัวเลขน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่อย่าลืมว่า ‘ความยั่งยืนด้านทรัพยาการ’ ถือเป็นประเด็นใหญ่ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ คอนเทนต์ในงานจึงไม่หยุดเพียงแค่ว่าในไทยมีอะไร แต่เป็นทั่วโลกมีอะไร แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และนวัตกรรมที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้พัฒนากันไปถึงไหนแล้ว

Cross Industry Opportunities in Circular Economy

ในช่วงเช้าเป็นคิวของเซสชั่นที่นำภาพรวมของเศรษฐกิจหมุนเวียนจากทั่วโลกมาคลี่ให้เราดู นำโดย ธีโอ แจน ไซม่อนส์ ตัวแทนจาก McKinsey & Company บริษัทให้คำปรึกษาด้านธุรกิจจากประเทศเยอรมนี ที่มีประสบการณ์การศึกษาและวิเคราะห์หน่วยงานชั้นนำ 250 แห่งทั่วโลกเกี่ยวกับเรื่องการลดใช้วัสดุพลาสติก รวมทั้งการหันมาใช้วัสดุรีไซเคิล

“เมื่อทุกคนตั้งเป้าหมายว่าจะนำธุรกิจเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน เท่ากับว่าเราต้องกล้าที่จะลงทุนกับการจัดการระบบอุตสาหกรรมมากขึ้นด้วย ผมมองว่ามันเป็นสิ่งที่ทุกๆ องค์กรทั่วโลกควรให้ความสำคัญ และการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากการจับมือกันของคนในอุตสาหกรรมเคมีเท่านั้น แต่ต้องขยายไปยังนักลงทุนที่พร้อมซัพพอร์ตเงินทุนที่มาจากอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย” ซึ่งนอกจากความร่วมมือขององค์กรในระดับประเทศแล้ว ยังต้องสร้างความร่วมมือกับองค์กรในระดับโลกด้วย เศรษฐกิจหมุนเวียนที่ทุกคนวาดฝันจึงจะประสบความสำเร็จอย่างสวยงามได้

Circular Living, An Integrated Solution Platform

ขยับมาฟังอีกหนึ่งเสวนาน่าสนใจอย่าง Circular Living, An Integrated Solution Platform เจ้าของวลี “Trash is Sexy” วลีเด็ดของงานปีที่แล้วอย่าง อาเธอร์ หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท Miniwiz ได้วิดีโอคอลเข้าร่วมวงเสวนาที่ว่าด้วยทางออกของขยะพลาสติกที่น่าจับตาครั้งนี้ด้วย และแน่นอนอาเธอร์เปิดประเด็นได้น่าสนใจอีกตามเคย

“จริงๆ แล้วของทุกอย่างสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด ไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่สมควรกับการถูกใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง” เขายกตัวอย่างถ้วยรีไซเคิลที่ทำจากหน้ากากอนามัยที่คนไต้หวันใส่ครั้งเดียวแล้วทิ้งเพื่อป้องกันตัวเองจากโควิด-19 แม้จะเป็นขยะพลาสติกที่เข้าเกณฑ์ว่าเป็นขยะติดเชื้อ แต่ด้วยกระบวนการแปลงโฉมขยะที่ Miniwiz (ไต้หวัน) สร้างขึ้นมา เจ้าตัวก็ขอการันตีว่าปลอดภัยแน่นอน

“นอกจากความต้องการเทคโนโลยีในการจัดการขยะที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้เราต้องคิดกับขยะใช้ครั้งเดียวทิ้งมากขึ้น ผมเข้าใจที่คนทั่วไปจะมองว่ามันยังมีการปนเปื้อนของเชื้อโรค เราไม่สามารถหลีกหนีความจริงข้อที่ว่ามันสร้างมาจากขยะไปได้ ดังนั้นเรื่องท้าทายของผมและ Miniwiz ตอนนี้คือจะทำยังไงให้ผู้บริโภคกล้าที่จะใช้ถ้วยที่ทำมาจากพลาสติกรีไซเคิลใบนี้ โลกพลาสติกรีไซเคิลมีปราการหลายอย่างมากที่เราต้องฝ่าฟันไปให้ได้”

สปีกเกอร์ชาวไทยที่ร่วมแจมเซสชั่นนี้ด้วยอย่าง คุณปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ได้ให้แง่มุมน่าสนใจที่เป็นประเด็นต่อเนื่องจากสิ่งที่อาเธอร์ได้ฝากเอาไว้

“ความสำเร็จของการรีไซเคิลพลาสติกไม่สามารถสร้างได้ด้วยคนเพียงคนเดียว เราต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐที่ต้องมีนโยบาย ทั้งหน่วยงานหรือองค์กรที่ตระหนักถึงความสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน และทั้งภาคประชาชนที่จะมาร่วมเปลี่ยนพฤติกรรมในการทิ้งขยะและการให้คุณค่ากับผลิตภัณฑ์รีไซเคิล”

คุณปฏิภาณเน้นย้ำประเด็นสำคัญที่ทำให้การรีไซเคิลพลาสติกเป็นไปได้ยากในประเทศไทย หรือถึงจะเป็นไปได้ ก็ยังเป็นการขับเคลื่อนที่ช้ากว่าที่มันควรจะเป็น

“สิ่งหนึ่งที่เราต้องเปลี่ยนคือการสร้างมาตรฐานของการแยกขยะ แม้ทุกวันนี้เราจะมีการตั้งถังขยะแยกว่าถังนี้สำหรับทิ้งขวดน้ำรีไซเคิล กระดาษหรือขยะทั่วไปเพื่อให้ผู้คนเลือกทิ้งตามถังที่ได้แยกประเภทไว้ แต่เชื่อมั้ยว่า วินาทีนี้การแยกขยะก็ยังเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่สับสน ยกตัวอย่างเช่นผม เวลาที่ผมมีขยะอยู่ในมือ ผมมีทางเลือกแค่สองทางคือทิ้งลงถังสำหรับขยะรีไซเคิลได้กับถังสำหรับขยะที่รีไซเคิลไม่ได้ แค่นี้ผมยังเลือกยากเลยเพราะสำหรับผมทุกอย่างรีไซเคิลได้ทั้งสิ้น ดังนั้นเราควรคิดเรื่องต้นทางของเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเริ่มจากการสร้างมาตรฐานในการแยกขยะก่อน”

ย่างก้าวแห่งความยั่งยืนของ GC

หลังจากเสวนาจบลง คุณปฏิภาณสละเวลามาตอบคำถามที่เราสงสัย บทสนทนาอย่างเอ็กซ์คลูซีฟ ที่เกิดขึ้นตอกย้ำว่าองค์กรใหญ่อย่าง GC และพันธมิตรของพวกเขาได้ใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะเชื่อมโยงองค์กรเข้ากับคนตัวเล็กๆ อย่างเราด้วย

“แม้ GC จะทำธุรกิจแบบ B-to-B แต่สิ่งที่เราอยากทำจริงๆ คือ End-to-End สร้างระบบนิเวศธุรกิจ หรือ Ecosystem ของการรีไซเคิลที่ครบวงจร เริ่มตั้งแต่การทำจุดทิ้งขยะหรือ Drop point เมื่อคนนำขยะมาทิ้งตรงนั้นเราก็ต้องมีการขนส่งไปที่ Local hub เพื่อคัดแยก แล้วค่อยส่งต่อมายัง Regional hub เพื่อตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนส่งเข้าโรงงานรีไซเคิล”

GC กำลังเจรจาร่วมมือกับบริษัทในเครือเดียวกันอย่าง PTTOR หรือปั๊มน้ำมันปตท.ที่มีสาขามากถึง 2,200 แห่งทั่วประเทศ การกระจายตัวของปั๊มจัดว่าเป็นโอกาสที่เอื้อให้คนจากทุกพื้นที่เข้าถึงระบบนิเวศที่ว่านี้ได้ แต่การจะล่อใจให้คนยอมบรรทุกขยะจากบ้านมาทิ้งที่ปั๊มนั้นดูเป็นงานที่ต้องพึ่งพาการสร้างแรงจูงใจมากทีเดียว

“แต่อย่าลืมว่าปั๊มปตท.เขามี PTT Blue Card ให้ลูกค้าอยู่แล้ว ในการทิ้งทุกครั้งเขาสามารถแลกแต้มสะสมและเอาไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ จริงๆ ยังมีอีกปัญหาคือระบบนิเวศธุรกิจ หรือ Ecosystem นี้มี Value chain เยอะมาก GC ทำเองทั้งหมดไม่ไหว ดังนั้นเราต้องหาพาร์ตเนอร์ที่มีระบบโลจิสติกของตัวเองอยู่ทั่วประเทศมาช่วย จับมือกับเขาเพื่อใช้สิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

“ทุกวันนี้เทรนด์ของโลกเขาไปรีไซเคิลกันหมดแล้ว อย่างที่ญี่ปุ่น ถ้าไปร้านสะดวกซื้อคุณจะเห็นสเป็กขวดน้ำอัดลมที่ตอนนี้เป็นขวดพลาสติกรีไซเคิลหมดแล้ว เขามีบริษัทส่งออกเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศ ซึ่งวันหนึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมาเกิดที่บ้านเรา แต่ถ้าเราไม่ทำ Ecosystem ที่รองรับสิ่งเหล่านี้ไว้ วันข้างหน้าเราอาจจะต้องนำเข้าเม็ดพลาสติกรีไซเคิลเข้ามา ทั้งๆ ที่ในประเทศมีต้นทุนที่รอการแปรรูปมากมาย”

ประเทศไทยเราส่งออกขยะพลาสติกกันเป็นว่าเล่น ขณะเดียวกันเราก็นำเข้าเม็ดพลาสติกรีไซเคิลจากที่อื่นเข้ามา (เผลอๆ เป็นเม็ดพลาสติกที่อดีตเคยเป็นขยะที่เราส่งออกไป) ในกรณีนี้คำว่า ‘เสียดุลการค้าอย่างรุนแรง’ น่าจะเป็นนิยามที่เหมาะสมที่สุด

ข้อที่ดีมากๆ ของการใช้พลาสติกรีไซเคิลคือมันเป็นการช่วยโลกลด Carbon emission จากกระบวนการผลิตพลาสติกใหม่ สิ่งที่ GC คิดเพื่อต่อยอดวงจรพลาสติกรีไซเคิลคือต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากพลาสติกรีไซเคิลให้หลากหลายและครอบคลุมทุกอุตสาหกรรมให้ได้

“เราคิดเรื่อง Upcycling Upstyling ตอนนี้คนส่วนหนึ่งรู้แล้วว่าพลาสติก PET สามารถนำมาทำเป็นเส้นใยสำหรับถักทอเสื้อผ้าได้ ถ้าเราอยากให้สิ่งนี้ไปต่อเราก็ต้องใส่ดีไซน์เข้าไป” อย่างโซนนิทรรศการก็ทำให้เราเห็นความเป็นไปได้ที่หลากหลาย หรือในอนาคต ENVICCO อาจต่อยอดขยะพลาสติกที่คัดแยกไม่ได้เป็นเชื้อเพลิงเป็นวัสดุใช้งานอื่นๆ ไปจนถึงวัสดุก่อสร้างจากพลาสติกรีไซเคิลที่ผู้บริหารคนนี้ตั้งความหวังไว้

“ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลต้องตอบโจทย์ในทางการค้าด้วย เราเอนไปที่วัสดุก่อสร้างอย่างผนังรีไซเคิลหรือพื้นทั้งหลาย เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกระบวนการผลิตไม่ยาก การสร้างคอนโดหนึ่งคอนโดต้องใช้วัสดุเหล่านี้ในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะ วันนี้ราคาอาจจะไม่ได้ถูกมาก เพราะฉะนั้นถ้าเราสร้าง Ecosystem นี้ให้สมบูรณ์ได้ ราคาที่ถูกลงจากการผลิตในปริมาณที่มาก น่าจะช่วยให้วัสดุก่อสร้างรีไซเคิลมีแนวโน้มใช้กันเยอะขึ้นในอนาคต”

จริงๆ แล้วคำว่า End-to-End ของ GC ไม่ได้จบตรงที่การผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลจำหน่ายให้กับผู้ผลิตในประเทศใช้เท่านั้น แต่ยังอยากมีส่วนช่วยสนับสนุนคนทั่วไปที่ฝันอยากมีแบรนด์สินค้าที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลเป็นของตัวเอง เพราะผลพลอยได้ของสิ่งนี้คือการสร้างความหลากหลายให้กับตลาดผลิตภัณฑ์รีไซเคิลนั่นเอง

“เรามีหน่วยงานที่ชื่อว่า Customer Solution Center สมมติคุณเป็นเจ้าของแบรนด์ที่กำลังตามหาโซลูชั่นในการที่จะผลิตของสักชิ้นขึ้นมา คุณติดต่อเราเข้ามาได้เลย เราจะมีลิสต์ Industrial designer ช่วยเชื่อมโยง value chain ให้ได้ แต่สิ่งที่คุณต้องมีคือไอเดีย รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไรและเจาะตลาดกลุ่มไหน

“สิ่งที่ GC ทำในวันนี้คือการสนับสนุนให้ทุกคนใช้ของที่เรามีอยู่แล้วไปในทางที่ถูกต้องที่สุด แล้วก็ได้คุณค่าจากมันมากที่สุด พลาสติกคือวัสดุที่มีอายุมากกว่า 400 ปี แต่ทำไมคุณใช้คุณสมบัติ 400 ปีของมันแค่ถือเดินออกจากร้านสะดวกซื้อแล้วก็ทิ้งลงถังขยะตรงนั้น ฉะนั้นจากสิ่งที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เราเปลี่ยนมาเลือกใช้สิ่งที่มัน ยั่งยืนมากขึ้นกันดีไหม” ผู้บริหาร GC ทิ้งท้าย

ยุคก่อนหน้านี้เราอาจะเคยนิยามวัสดุใหม่อย่างพลาสติกโพลิเมอร์ว่าเป็นวัสดุที่เปลี่ยนโลก แต่ใครจะรู้ว่าในคุณสมบัติที่ยาวนานกว่า 400 ของมันอาจจะหมุนเวียนมาเปลี่ยนโลกใบนี้ของเราอีกครั้งและอีกครั้งก็เป็นได้ ใครจะรู้

ที่มา: A Day

Feature Stories

Feature Stories
25 มิถุนายน 2563
“สร้างคน “ด้วย “โอกาสทางการศึกษา” หนึ่งในหลายโอกาส เพื่อสร้างการให้ที่ไม่สิ้นสุด จาก มจธ.
อ่านเพิ่มเติม
Feature Stories
11 กรกฎาคม 2562
จากหลักการและการปฏิบัติจริง ... สู่ตราสัญลักษณ์สะท้อนแบรนด์ Upcycling by GC
อ่านเพิ่มเติม
Feature Stories
19 กุมภาพันธ์ 2562
กระเป๋าเป้ Upcycling the Oceans ฮอตไม่แพ้เสื้อ ผลตอบรับดีเกินคาด Sold Out ภายในวันเดียว
อ่านเพิ่มเติม